หุ้นเอเชีย-ทองคำร่วงหนัก! นักวิเคราะห์แนะถือเงินสด 30-50% ของพอร์ต พร้อมเปิด 4 หุ้นกลุ่มเสี่ยง
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกอย่างรุนแรง ในเช้าวันนี้ (23 มีนาคม 2569) ตลาดหุ้นเอเชียและราคาทองคำได้ปรับตัวดิ่งลงอย่างหนัก เพื่อตอบรับกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์แนะนำให้ถือเงินสด 30-50% ของพอร์ตการลงทุน พร้อมเปิดเผย 4 หุ้นกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงเวลานี้
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุซ้ำ
ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พลิกท่าทีอย่างกะทันหันภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง จากที่เคยส่งสัญญาณลดระดับความรุนแรง กลายเป็นการออกแถลงการณ์ขู่โจมตีอิหร่านด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวว่าจะ "โจมตีและทำลายให้สิ้นซาก" หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง การเปลี่ยนจุดยืนนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถูกมองว่าเป็นข่าวลบที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการยกระดับสงครามให้ขยายวงกว้าง
ตลาดหุ้นเอเชียและทองคำร่วงแรง
จากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันนี้ "แดงทั้งกระดาน" ดัชนีหลักในภูมิภาคต่างปรับตัวลดลงอย่างถ้วนหน้า ณ เวลา 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย:
- ดัชนี Nikkei (ญี่ปุ่น) ลดลง -3.50%
- ดัชนี Hang Seng (ฮ่องกง) ลดลง 3.37%
- ดัชนี Shanghai Composite (จีน) ลดลง 2.50%
- ดัชนี Kospi (เกาหลีใต้) ลดลง 5.71%
ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index เปิดตลาดร่วงแรงกว่า 30 จุด หรือราว -2.2% ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,400 จุด และมีแรงขายกดดันต่อเนื่อง สะท้อนแรงขายของนักลงทุนที่ตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ก็ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเช่นกัน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับนักลงทุน เนื่องจากโดยปกติทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤติ แต่วันนี้ราคาทองคำไทยเปิดตลาดร่วงกว่า 1,800 บาท ต่อบาททองคำ
แนะถือเงินสดเพิ่มและเปิด 4 หุ้นกลุ่มเสี่ยง
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีไปมาเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก และจากนี้ต้องจับตาการจัดการเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรงแบบสุดขั้ว ดังนั้น ได้ให้คำแนะนำว่า หุ้นที่ยังควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุน ได้แก่:
- กลุ่มโรงแรม
- กลุ่มสายการบิน
- กลุ่มค้าปลีก
- กลุ่มโรงไฟฟ้า (จากผลกระทบราคา LNG ที่สูงขึ้น)
ด้านฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า สงครามที่ยังอยู่และความเสี่ยงที่เข้ามาใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น กดดันต้นทุนพลังงานให้ยืนระดับสูง พร้อมกับผลตอบแทนตราสารหนี้ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกลัวให้กับนักลงทุน สะท้อนจากดัชนี FEAR & GREED INDEX ที่เหลือเพียง 15
ดังนั้น กลยุทธ์ภายใต้ความไม่แน่นอน แนะนำให้ถือเงินสด 30-50% ของพอร์ต ส่วนหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่:
- หุ้นอิงสินค้าจำเป็น เช่น CPAXT, CPF, TU, TRUE
- หุ้นส่งผ่านต้นทุนได้ เช่น BANPU, STA, PTTEP
- หุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ เช่น BBL, KTB, SCB
นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป



