ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (15 มิถุนายน 2566) ที่ระดับ 1,540.23 จุด เพิ่มขึ้น 1.54 จุด หรือคิดเป็น 0.10% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 52,876 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,234 ล้านบาท
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในกรอบแคบ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ที่จะออกมาดี
กลุ่มพลังงาน
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยเฉพาะหุ้น PTTEP ที่ปรับขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.23% มาอยู่ที่ 123.50 บาท รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลงมากกว่าคาด ขณะที่หุ้น PTT ปรับขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.64% มาอยู่ที่ 78.50 บาท
กลุ่มธนาคาร
หุ้นกลุ่มธนาคารก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น KBANK ปรับขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.59% มาอยู่ที่ 169.50 บาท ขณะที่หุ้น SCB ปรับขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.31% มาอยู่ที่ 161.50 บาท นักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการของธนาคารในไตรมาส 2/2566 จะเติบโตจากไตรมาสแรก เนื่องจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว
ปัจจัยต่างประเทศ
นักลงทุนยังคงรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.00-5.25% หลังจากที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 10 ครั้งติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปิดบวก 0.15% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดบวก 0.25% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดลบ 0.14%
แนวโน้มวันพรุ่งนี้
นายกรภัทรคาดว่า ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (16 มิถุนายน) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,535-1,545 จุด โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงการเมืองในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน



