นักลงทุนต่างชาติซุ่มช้อน 15 หุ้นไทย เน้นพลังงาน-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว ท่ามกลางตลาดผันผวน
ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง ภายใต้แรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยไปแล้วมากกว่า 21,066.88 ล้านบาท ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการที่หุ้นหลายตัวขึ้นเครื่องหมาย "XD" ซึ่งมักฉุดให้ราคาหุ้นย่อตัวลงตามมา อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติกลับแสดงสัญญาณการซุ่ม "ช้อนซื้อ" หุ้นขนาดใหญ่ โดยเน้นเก็บสะสมกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก ท่องเที่ยว และกลุ่มที่ราคาซึมซับผลกระทบจากข่าวสงครามไปแล้ว
Fund Flow ไหลออก แต่พอร์ตต่างชาติช้อนซื้อ 15 หุ้นใหญ่
แม้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 149.68 จุด หรือคิดเป็น +11.88% จากปีก่อน หนุนจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิสูงสุดถึง 25,319.63 ล้านบาท ตามมาด้วยนักลงทุนในประเทศที่ซื้อสุทธิ 16,590.45 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่ซื้อสุทธิ 658.49 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 42,568.57 ล้านบาท แต่ในช่วงนี้ ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเข้าใกล้จุดวิกฤติ ทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเกิดสงคราม
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ณ วันที่ 13 มี.ค. 69) นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 21,066.88 ล้านบาท
- นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 12,292.96 ล้านบาท
- บัญชี บล. ขายสุทธิ 11,292.77 ล้านบาท
- นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ 44,652.61 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงเทขาย กลับพบแรงซื้อสะสมอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติยังเน้นเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์โลกและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดย 15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สามารถแบ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้:
- กลุ่มพลังงาน (ENERGY) โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4,611 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมี TOP และ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิด้วย
- กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (COMMERCE) หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่ดี นำโดย CPALL, CPN, KAMART
- กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (TOURISM & TRANSPORT) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL
- กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง เช่น GULF, PTTGC, IVL เนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง
ระวังหุ้นร่วง! ตลาดอาจผันผวนรับเทศกาล “XD”
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดช่วงเช้าดัชนีอยู่ที่ 1,414.16 จุด เพิ่มขึ้น 4.81 จุด หรือ +0.34% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 26,961.10 ล้านบาท แม้ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติจะยังมองว่า Valuation ของตลาดไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569 ระบุว่า P/E อยู่ที่ 16.11 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 4.53% และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 87.48 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่ยังดึงดูดเงินลงทุนได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพระยะสั้นกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนสูง โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ไว้ที่ 1,370–1,450 จุด สะท้อนว่าตลาดยังมีทั้งโอกาสรีบาวด์และแรงขายสลับกันได้ตลอดเวลา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อลดความขัดแย้ง หรือความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีทางทหารที่รุนแรงมากขึ้น ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ลักษณะนี้มักส่งผลให้เงินทุนทั่วโลกเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาล “XD” ของหลายบริษัทจดทะเบียน หลังจากที่หุ้นจำนวนไม่น้อยได้ทยอยขึ้นเครื่องหมายไปแล้ว ทำให้แรงจูงใจในการเข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และตามสถิติแล้ว ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลงหลังขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อสะท้อนการจ่ายเงินปันผลออกไปด้วย



