ไทยเผชิญค่าไฟ-น้ำมันแพงยาวนานหลายปี นักวิชาการชี้เร่งตุนพลังงาน
ไทยเผชิญค่าไฟ-น้ำมันแพงยาวนานหลายปี นักวิชาการชี้เร่งตุน

วิกฤตพลังงานในประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยนักวิชาการชั้นนำออกมาเตือนว่าราคาค่าไฟฟ้าและน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายปี แม้สถานการณ์ตลาดโลกจะเริ่มคลี่คลายลงก็ตาม

นักวิชาการชี้ไทยเจ็บหนักจากสงครามพลังงาน

รศ. ดร.ภูรี สิรสุนทร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเจรจาข้อตกลงยุติสงครามถาวร 60 วัน รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เร่งประสานกับผู้ค้าพลังงานประเทศต่างๆ ที่เคยทำสัญญาซื้อขายไว้ก่อนสงคราม เพื่อให้เกิดการจัดส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ LNG มายังประเทศไทยโดยเร็ว รวมถึงเดินหน้าโครงการลงทุนหรือสัมปทานในต่างประเทศ เช่น แหล่งผลิตน้ำมัน เป็นต้น

“ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าการเจรจาจะล่มหรือไม่ หรือจะมีการสู้รบต่อจนต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซอีก ฉะนั้นจึงควรใช้จังหวะนี้ในการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด” รศ. ดร.ภูรี กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ราคาพลังงานไทยไม่ลงตามตลาดโลก

รศ. ดร.ภูรี อธิบายว่า ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ราคาน้ำมันและก๊าซ LNG ในตลาดโลกจะปรับฐานสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนสงคราม โดยเฉพาะความเสียหายต่อโครงสร้างการผลิตและส่งออกพลังงาน ทำให้ต้นทุนค่าซ่อมแซมถูกเพิ่มเข้าไปในราคา ประกอบกับสงครามที่ยืดเยื้อสร้างความเสียหายต่อพลังงานไทยรุนแรง และมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เช่น การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาจนติดลบ 5.8 หมื่นล้านบาท จะต้องมีการเก็บเงินชดเชยผ่านราคาหน้าปั๊มและค่า Ft ที่สูงขึ้น ซึ่งเริ่มแล้วในรอบมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“แม้ราคาน้ำมันและก๊าซ LNG ในตลาดโลกจะปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าของไทยไม่ปรับลงตามอย่างรวดเร็ว ราคาพลังงานในไทยจะสูงกว่าช่วงก่อนสงครามต่อไปอีกหลายปี โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ยากจะลงไปต่ำกว่า 3.9 บาทต่อหน่วยเหมือนช่วงก่อนสงคราม” รศ. ดร.ภูรี กล่าว

ข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเปลี่ยนพลังงานภายใต้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทอย่างจริงจัง เพราะยังไม่เห็นแนวทางชัดเจนหรือมาตรการรูปธรรม โดยบางโครงการ เช่น รถเก่าแลกรถใหม่ ถูกระงับไปแล้ว อย่างน้อยรัฐบาลควรนำเงินส่วนนี้ไปเก็บข้อมูลประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างละเอียด ทั้งสภาพที่อยู่อาศัยและพฤติกรรมการใช้พลังงาน เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด

จุดอ่อนและจุดแข็งของไทยในวิกฤตพลังงาน

สงครามครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางด้านพลังงานของไทย 3 ประการ ได้แก่ การบริหารจัดการราคาน้ำมันที่สร้างความตื่นตระหนก การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซ LNG จากตะวันออกกลางมากเกินไป และการบริหารจัดการปัญหาเฉพาะหน้าของรัฐที่ขาดประสิทธิภาพและการสื่อสารที่ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ไทยมีจุดแข็งคือสามารถบริหารจัดการพลังงานให้ประชาชนใช้ได้อย่างเพียงพอ แม้ราคาจะสูง ขณะที่บางประเทศขาดแคลนน้ำมันและไฟฟ้าดับ

แผนระยะยาวเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

รศ. ดร.ภูรี แนะนำ 2 มาตรการระยะยาว ได้แก่ การกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะนอกพื้นที่อ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งไทยเริ่มนำเข้า LNG จากมาเลเซีย แองโกลา ไนจีเรียแล้ว ควรทำอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบัน 15-20% ให้ถึง 70-80% ตามศักยภาพที่มีอยู่ ผสานกับเทคโนโลยี เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ