ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจไทยสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2567 ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ร้อยละ 2.6 ซึ่งต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 3.0 ส่งผลให้ทั้งปี 2567 เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ที่ร้อยละ 2.8
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังชะลอตัวลง ประกอบด้วย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 90.6 ต่อ GDP ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวลง นอกจากนี้ การส่งออกของไทยยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีนและสหรัฐฯ
การบริโภคและการลงทุนที่ชะลอตัว
การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากร้อยละ 4.5 ในครึ่งปีแรก เหลือร้อยละ 3.8 ในครึ่งปีหลัง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 จากร้อยละ 3.2 ในครึ่งปีแรก โดยได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น
ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นความหวัง
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 จะอยู่ที่ 36 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านคนในปี 2566 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการจ้างงานในภาคบริการ
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่าความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ช้ากว่าคาด สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง



