กูรูสิงคโปร์ชี้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดช้า เหตุ 'จรวดกับขนนก' คาดกลับสู่ระดับก่อนสงครามปี 2570
กูรูสิงคโปร์ชี้ราคาน้ำมันลดช้าเหตุจรวดกับขนนก

สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) ของสิงคโปร์ รายงานว่าผู้ใช้รถในสิงคโปร์ยังคงต้องจ่ายค่าน้ำมันในราคาที่สูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อ 4 เดือนก่อนอย่างมาก โดยราคายังคงแตกต่างกันประมาณ 0.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร แม้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) จะปรับตัวลดลงมาใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงครามแล้วที่ประมาณ 70-72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปรากฏการณ์ 'จรวดกับขนนก' อธิบายการปรับราคาที่ไม่สมมาตร

นักวิเคราะห์ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNA อธิบายว่าสาเหตุที่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงช้ากว่าการปรับขึ้นนั้นเป็นผลจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า 'Rocket and feathers' หรือ 'จรวดกับขนนก' กล่าวคือ ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ราคาหน้าปั๊มจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนจรวด เนื่องจากร้านค้าต้องรีบปรับราคาเพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมันดิบที่แพงขึ้นในการเติมสต็อกใหม่

ในทางตรงกันข้าม เมื่อราคาน้ำมันดิบลดลง ราคาหน้าปั๊มกลับค่อยๆ ปรับตัวลงอย่างช้าๆ เหมือนขนนกร่วง เพราะผู้ค้าปลีกต้อง 'รอดูสถานการณ์' ให้แน่ใจว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลงอย่างต่อเนื่องจริงๆ ก่อนที่จะยอมลดราคา เพื่อรักษาผลกำไรให้เป็นธรรมและรองรับความเสี่ยงที่ยังไม่แน่นอนในอนาคต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม

นอกจากปรากฏการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากราคาที่ผู้บริโภคจ่ายจริงไม่ได้อิงกับน้ำมันดิบโดยตรง แต่จะอ้างอิงจาก 'ราคาน้ำมันสำเร็จรูป' (Refined fuel) ในตลาดค้าส่ง ซึ่งมีความผันผวนและปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างออกไป

ราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังต้องรวมภาษี ค่าขนส่ง และสภาวะตลาดในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วย นอกจากนี้ ผู้ค้าปลีกยังคงกังวลกับความไม่มีเสถียรภาพในตะวันออกกลาง จึงไม่ต้องการรีบลดราคาลงเร็วเกินไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มราคาในอนาคต: คาดกลับสู่ระดับก่อนสงครามในปี 2570

นส.ชีนา เยว่ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบัน Oxford Economics ในสิงคโปร์ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะค่อยๆ ปรับตัวลงทีละน้อย ไม่ใช่ลดฮวบลงในทันที โดยมีแนวโน้มว่าราคาจะยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงครามไปตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

นส.เยว่กล่าวอีกว่า 'ภายใต้เงื่อนไขที่ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์นิ่งและซัพพลายน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันอาจจะกลับสู่ระดับก่อนสงครามได้อย่างสมบูรณ์ในช่วงต้นปี 2570'

คำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่

ดร.เดวิด บรอดสต็อก จากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน The Lantau Group แนะนำว่าในภาวะที่ราคาพลังงานยังไม่นิ่ง ผู้ขับขี่อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ หรือพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว