ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.27-33.36 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตามแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทแข็งค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงเล็กน้อย ขณะที่บรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ กลับสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง ลดทอนความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์
นอกจากนี้ การรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) สู่ระดับเหนือโซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเงินดอลลาร์ย่อตัวลง มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทเช่นกัน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง โดยดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.72% และ Nasdaq +1.12% นำโดยหุ้นเทคฯ ใหญ่และหุ้นธีม AI/Semiconductor เช่น Tesla +6.7%, Broadcom +3.7% อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นถูกจำกัดจากแรงขายหุ้นกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะ Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค
ทางฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง -0.35% กดดันโดยแรงขายหุ้นกลุ่ม Defensive เช่นกัน แต่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและอุตสาหกรรมทหาร เช่น Rheinmetall +3.4% ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ดัชนีเงินดอลลาร์และราคาทองคำ
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 100.9 จุด (แกว่งตัว 100.8-101.2 จุด) ตามการปรับลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยและภาวะเปิดรับความเสี่ยง ขณะที่ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นสู่โซน 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถูกจำกัดจากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงและมุมมองต่อดอกเบี้ยนโยบายที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงผู้ว่าฯ BOE และรายงานการประชุม BOE ล่าสุด โดยมีโอกาส 64% ที่ BOE อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
ทางฝั่งสหรัฐฯ แม้ขาดรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ แต่จะติดตามรายงานยอดจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์โดย ADP, การคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาส 2 โดย Atlanta FED (GDPNow), อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์โดย NY FED และพัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะธีม AI/Semiconductor
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายพูน กล่าวว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น อัตราเงินเฟ้อ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options
กรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดอยู่ที่ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์
ด้านฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดที่ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิด 33.34 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนจับตารายงานการประชุมเฟดประจำเดือนมิ.ย.ในวันพุธ (8 ก.ค.) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ หลังตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด ทำให้ FedWatch บ่งชี้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 28-29 ก.ค. เพียง 25%
ดัชนีภาคบริการ ISM เดือนมิ.ย. อยู่ที่ 54.0 ลดลง 0.5 จุด สอดคล้องคาดการณ์
กรอบค่าเงินวันนี้: USD/THB 33.20-33.50 แนะนำทยอยซื้อที่ 33.20 ขาย 33.50, EUR/THB 37.80-38.30 แนะนำซื้อ 37.80 ขาย 38.30, JPY/THB 0.2030-0.2080 แนะนำซื้อ 0.2030 ขาย 0.2080



