นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลไทยได้เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยเน้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) และการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางการค้าโลก
ผลกระทบจากสงครามการค้าต่อไทย
นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลจึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
มาตรการรับมือของรัฐบาล
รัฐบาลได้เร่งเจรจา FTA กับหลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพื่อเปิดตลาดใหม่และลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและเซมิคอนดักเตอร์
นายกฯ กล่าวว่า “ไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานจากจีน เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและแรงงานที่มีทักษะ”
การคาดการณ์เศรษฐกิจไทย
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 3.5 ในปีนี้ โดยการส่งออกจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าอาจทำให้การเติบโตต่ำกว่าคาด หากมาตรการกีดกันทางการค้ารุนแรงขึ้น
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร.สมศักดิ์ ศรีชัย นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูง และสร้างพันธมิตรทางการค้าใหม่เพื่อลดความเสี่ยง”



