ลาวเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์
ลาวเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สาธารณะที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าหนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 108% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กำหนดไว้ที่ 70% อย่างมาก

สาเหตุของวิกฤตหนี้

สาเหตุหลักของหนี้ก้อนมหาศาลนี้มาจากการกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟลาว-จีน ที่มีมูลค่ากว่า 5,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเหมืองแร่ที่ต้องพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศเป็นหลัก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

วิกฤตหนี้ครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจลาว โดยค่าเงินกีบอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นและเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 40% ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาอาหารและพลังงาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังประสบปัญหาในการชำระหนี้ ทำให้ต้องเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้หลายราย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางแก้ไข

รัฐบาลลาวได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยการออกมาตรการต่างๆ เช่น การลดรายจ่ายภาครัฐ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่ามาตรการเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ และลาวอาจต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและไทย รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เช่น IMF และธนาคารโลก

บทเรียนสำหรับประเทศอื่น

วิกฤตหนี้ของลาวเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการหนี้อย่างรอบคอบ และการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนากับความยั่งยืนทางการคลัง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว