วิกฤตพลังงานโลกจากตะวันออกกลางกระทบวงกว้าง อินเดีย-ยุโรป-เอเชียเผชิญราคาพุ่ง
วิกฤตพลังงานโลกที่เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่เริ่มจำกัดการใช้ก๊าซ รวมถึงยุโรปและเอเชียที่กำลังเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลหลายประเทศเร่งออกมาตรการรับมือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
อินเดียเผชิญวิกฤตก๊าซ LPG กระทบฌาปนสถานในปูเน่
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ฌาปนสถานไวกุนฐ์ สมัชชานภูมิ ในเมืองปูเน่ รัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของอินเดีย บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา หลังจากเทศบาลเมืองต้องสั่งระงับการใช้งานระบบเตาเผาศพแบบใช้ก๊าซ LPG ทั้งหมด เนื่องจากรัฐบาลกลางเริ่มออกมาตรการจำกัดการใช้ก๊าซในภาคพาณิชย์ ท่ามกลางภาวะตึงตัวของอุปทานพลังงานโลกที่เชื่อมโยงโดยตรงกับวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง
ปัจจุบัน เมืองปูเน่มีฌาปนสถานที่ใช้ระบบก๊าซ LPG ประมาณ 18 แห่ง ซึ่งปกติสามารถรองรับการเผาศพได้มากกว่า 118 ศพต่อวัน หรือราว 2,000 ศพต่อเดือน แต่เนื่องจากก๊าซ LPG ในภาคพาณิชย์เริ่มขาดแคลนและราคาสูงขึ้น ทางเทศบาลจึงต้องส่งเสริมให้กลับไปใช้การเผาศพแบบดั้งเดิมแทน เพื่อสำรองก๊าซไว้ใช้ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอินเดีย ทั้งอินเดียน ออยล์ (IOC), ภารัต ปิโตรเลียม และฮินดูสถาน ปิโตรเลียม ได้ประกาศปรับขึ้นราคาพร้อมกัน โดยราคาก๊าซหุงต้มขนาด 14.2 กิโลกรัม ในกรุงนิวเดลี พุ่งสูงขึ้นถึง 7% มาอยู่ที่ 913 รูปี หรือประมาณ 400 บาทต่อถัง ซึ่งถือเป็นภาระหนักสำหรับประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ทั้งนี้ อินเดียถือเป็นผู้นำเข้าก๊าซ LPG รายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยสถิติปีที่ผ่านมามีการบริโภคสูงถึงกว่า 33 ล้านเมตริกตัน ซึ่งกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนนี้เป็นการนำเข้า และที่น่ากังวลคือ 85-90% ของก๊าซที่นำเข้านั้นมาจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเป็นสมรภูมิความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านในขณะนี้ ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานของอินเดียตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยุโรปเผชิญราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลต่อตลาดการเงิน
ขณะเดียวกัน ในยุโรป สถานีบริการน้ำมันในเมืองบอนน์และหลายพื้นที่ของเยอรมนีเริ่มตึงเครียด หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ราคาเบนซิน 95 ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับเฉลี่ยที่ 1.89 ยูโรต่อลิตร หรือประมาณ 72 บาท ขณะที่ดีเซลพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 1.81 ยูโรต่อลิตร เพิ่มขึ้นกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกที่ทะยานขึ้นไปแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตัวลง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเยอรมนีเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านยูโรต่อปี เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม
แรงกดดันจากราคาพลังงานยังสะท้อนมายังตลาดการเงิน โดยตลาดหุ้นเยอรมนี (DAX) ร่วงลงอย่างหนักกว่า 2% ในการซื้อขายล่าสุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดิ่งลงเนื่องจากกลัวสภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง ที่อาจกลับมาหลอกหลอนยุโรปอีกครั้ง
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญวิกฤตราคาพลังงาน
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวฟิลิปปินส์ในกรุงมะนิลา พากันต่อแถวยาวเพื่อเติมน้ำมัน ก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น กระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้น 17-24 เปโซ หรือประมาณ 10-13 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ โดยจะทยอยปรับขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดสัปดาห์ พร้อมเตือนว่าอาจปรับสูงขึ้นอีก หากสถานการณ์ขัดแย้งยืดเยื้อ
ด้านเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับเชื้อเพลิงและการสั่งให้หน่วยงานราชการบางแห่งปรับลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์
ส่วนที่เวียดนาม ประชาชนต่อแถวเติมน้ำมันยาวเหยียดในกรุงฮานอยเช่นกัน ท่ามกลางความกังวลว่าราคาพลังงานจะปรับสูงขึ้นอีก รัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่า กำลังวางแผนที่จะยกเลิกภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อรับประกันว่าจะมีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีผลไปจนถึงเดือนเมษายน
วิกฤตพลังงานโลกจากตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังอิหร่านได้ผู้นำสูงสุดคนใหม่และราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศต้องเร่งปรับตัวและหามาตรการรับมือเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน



