จากหยดน้ำมันดิบถึงชีวิตประจำวัน: ผลกระทบราคาน้ำมันต่อค่าครองชีพและข้อเสนอนโยบายพลังงาน
จากหยดน้ำมันดิบถึงชีวิตประจำวัน: ผลกระทบราคาน้ำมันต่อค่าครองชีพ

หลายคนอาจคิดว่า "ราคาน้ำมัน" เป็นเรื่องของคนใช้รถ แต่ในความเป็นจริง ต่อให้คุณไม่เคยเติมน้ำมันสักลิตร ก็ยังหลีกไม่พ้นผลกระทบจากน้ำมันแพง เพราะตั้งแต่ข้าวแกงหน้า ค่าขนส่งสินค้า ตั๋วเครื่องบิน ถุงพลาสติก ไปจนถึงค่าไฟในบ้าน ล้วนมี "น้ำมันดิบ" ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และในโลกที่ความขัดแย้งเกิดขึ้น สิ่งที่สั่นสะเทือนไม่ใช่แค่ราคาพลังงาน แต่คือ "ค่าครองชีพ" ของคนธรรมดาที่กำลังค่อย ๆ สูงขึ้น

กรรวี วงษ์ศิริเลิศ Economist, Bnomics ธ.กรุงเทพ วิเคราะห์ให้เห็น "หยดน้ำมันดิบ…ถึงชีวิตประจำวัน" ไว้อย่างน่าสนใจ

น้ำมันดิบ: ใกล้ตัวกว่าที่คิด

เช้าวันหนึ่ง คุณตื่นขึ้นมา เปิดไฟ แปรงฟัน ชงกาแฟ ขับรถออกจากบ้าน แวะซื้อข้าวเช้า เปิดแอร์ในที่ทำงาน เย็นกลับบ้าน ดูข่าว แล้วเข้านอน วันธรรมดาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่รู้ไหมว่า… แทบทุกช่วงเวลา มี "น้ำมันดิบ" อยู่เบื้องหลัง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

น้ำมันดิบไม่ใช่แค่ของเหลวสีดำจากใต้ดิน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพลังงาน การเดินทาง การผลิตอาหาร ของใช้ในบ้าน และต้นทุนของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ เมื่อเข้าสู่โรงกลั่น น้ำมันดิบจะถูกแยกออกเป็นส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่เบาที่สุด ไปจนถึงหนักที่สุด

เปิดสาเหตุ: ราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ

น้ำมันดิบแต่ละชนิดเดินทางมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างแนบเนียน:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG): ไฟในครัวของทุกบ้าน แก๊สหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับการประกอบอาหารในครัวเรือนและร้านอาหาร เมื่อราคา LPG สูงขึ้น ต้นทุนร้านอาหารก็เพิ่มขึ้น และส่งผ่านไปยังราคาข้าวแกงที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
  • แนฟทา (Naphtha): จุดเริ่มต้นของพลาสติกรอบตัว แนฟทาเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้ผลิตเม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ ขวดน้ำ ถุงพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ เมื่อน้ำมันดิบแพงขึ้น แนฟทาก็แพงขึ้นตาม และต้นทุนของใช้จำเป็นเกือบทั้งหมดก็ขยับขึ้นเป็นลูกโซ่
  • น้ำมันก๊าด (Kerosene): พลังของการเดินทางข้ามฟ้า น้ำมันก๊าดเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) เมื่อราคาสูงขึ้น ต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น ค่าตั๋วโดยสารสูงขึ้น และค่าขนส่งสินค้าทางอากาศก็แพงขึ้นด้วย
  • น้ำมันดีเซล (Diesel Fuel): เส้นเลือดของระบบขนส่ง ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุก รถโดยสาร เรือ และเครื่องจักร เมื่อดีเซลแพง ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ราคาสินค้าเกือบทุกชนิดมีโอกาสขยับขึ้นตาม
  • น้ำมันหล่อลื่น/จารบี (Lubricant Oil/Grease): สิ่งที่ทำให้เครื่องจักรเดินต่อได้ ในภาคอุตสาหกรรม เครื่องจักรต้องพึ่งน้ำมันหล่อลื่นเพื่อให้การผลิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวอย่างเทียนไข ลิปสติก หรือปิโตรเลียมเจล
  • น้ำมันเตา (Fuel Oil): พลังงานของอุตสาหกรรมหนัก โรงไฟฟ้า โรงงานขนาดใหญ่ และเรือเดินทะเล ต่างใช้พลังงานจากน้ำมันเตา เมื่อราคาน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตถูกกดให้สูงขึ้น
  • ยางมะตอย (Asphalt): ถนนใต้ล้อรถของเรา ถนน ทางด่วน และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากมีต้นทางจากส่วนที่หนักที่สุดของน้ำมันดิบ เมื่อน้ำมันดิบแพง ต้นทุนก่อสร้างและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น งบประมาณภาครัฐถูกกดดัน

กรรวี วงษ์ศิริเลิศ สรุปว่า ดังนั้น ราคาน้ำมัน = ราคาของการใช้ชีวิต เมื่อพลังงานแพงขึ้น ค่าเดินทางแพงขึ้น ค่าอาหารขยับขึ้น ค่าสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ค่าไฟ ค่าขนส่ง และค่าบริการต่าง ๆ ก็ทยอยปรับตาม นั่นหมายความว่า เงินในกระเป๋า "ซื้อได้น้อยลง" นี่คือ "เงินเฟ้อจากพลังงาน" และไม่ว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นที่ไหน คนที่ต้องจ่าย…ก็คือเราทุกคน

สำหรับประเทศไทย ยังพึ่งพาพลังงานนำเข้า ทำให้ราคาพลังงานโลกส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนเศรษฐกิจโดยตรง ล่าสุด สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้จัดทำข้อเสนอต่อนโยบายสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทย: จากมาตรการเร่งด่วนสู่การปฏิรูปโครงสร้าง

โดย ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ความเปราะบางของโครงสร้างภาคพลังงานและขนส่งไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในระดับสูง ความผันผวนของราคาพลังงานโลกไม่เพียงแต่กดดันค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างผลกระทบลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิต บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างภาระทางการคลังในระดับสูง

ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งในภาคพลังงานและภาคขนส่ง โดยเปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนและระยะสั้นในเชิงรับด้วยการอุดหนุนราคา ไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้สามารถทนทานต่อแรงช็อกภายนอกในระยะกลางและระยะยาว

ข้อเสนอต่อนโยบายสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของไทย

ยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วนและระยะสั้น (1 ปี): ลดผลกระทบประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงรุก

เป้าหมายหลักคือการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเปลี่ยนผ่านจาก "การอุดหนุนราคาทั่วหน้า" ที่สร้างภาระทางการคลังมหาศาลและไม่จูงใจให้เกิดการประหยัดพลังงาน ไปสู่ "การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า" และ "การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานจากมาตรการเชิงรุก"

  • มาตรการภาคพลังงานและไฟฟ้า: ลดการใช้กองทุนน้ำมันและปรับสู่การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า ควบคุมค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับเหมาะสมและสร้างความโปร่งใส สร้างฐานข้อมูลน้ำมันที่โปร่งใส อุดหนุนค่าไฟฟ้าแก่ครัวเรือนรายได้น้อย จัดการด้านอุปสงค์ไฟฟ้า (Demand-Side Management) และจัดทำแผนเตรียมรับมือกรณีสถานการณ์เลวร้าย (Worst-Case Scenario Preparation)
  • มาตรการภาคขนส่งและโลจิสติกส์: สนับสนุนระบบบริหารรถบรรทุก (Fleet Management) แก้ไขปัญหาคอขวดระบบราง อุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงรถบรรทุก ออกมาตรการขนส่งสาธารณะ "คนละครึ่ง" โดยนำมาตรการ "คนละครึ่ง" มาใช้กับค่าโดยสารรถประจำทางเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมการทำงานที่บ้าน (WFH)

ยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว (1-5 ปี): ปฏิรูปโครงสร้างเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน

รัฐบาลควรมุ่งเปลี่ยน "วิกฤต" พลังงานในครั้งนี้ให้เป็น "โอกาส" ในการลดการพึ่งพานำเข้าพลังงาน ปฏิรูปตลาดพลังงานให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง และปรับลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

  • การปฏิรูปตลาดพลังงานและประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า: ใช้นโยบาย "ประสิทธิภาพคือแหล่งพลังงานอันดับแรก" (Efficiency as First Fuel) บูรณาการแผนพลังงาน เชื่อมโยงแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนผลิตพลังงาน (PDP) แผนน้ำมันและแผนก๊าซให้บูรณาการกันอย่างแท้จริง ส่งเสริมพลังงานกระจายศูนย์ (Distributed Energy System) เปิดเสรีและปฏิรูปตลาดไฟฟ้า (Market Reform) เปิดให้เอกชนสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ากันได้โดยตรงผ่านการเข้าถึงระบบสายส่ง (Third Party Access) ปฏิรูปโครงสร้างโรงกลั่น สนับสนุนการแข่งขันในธุรกิจโรงกลั่นเพื่อลดการผูกขาด สร้างคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) และแสวงหาประโยชน์จากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • การปฏิรูปภาคขนส่งและมาตรฐานยานยนต์: อัพเกรดรถบรรทุกสู่มาตรฐาน Euro 5-6 อุดหนุนการปรับเปลี่ยนรถโดยสาร ลดภาษีนำเข้ารถโดยสารไฟฟ้า สนับสนุนการขนส่งข้ามโหมด (Intermodal Transport) และอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ

ความสำเร็จของประเทศไทยในการเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ควรวัดจากการที่รัฐบาลจะสามารถ "ตรึงราคา" ไว้ได้นานเท่าใด แต่ควรวัดที่ความสามารถในการ "แปลงวิกฤตเป็นโอกาส" ในการปฏิรูประบบพลังงานและภาคขนส่งให้มีความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนที่มากขึ้น ตลอดจนใช้การปฏิรูปดังกล่าวเป็นรากฐานในการสร้างงานใหม่ที่มีรายได้ดีแก่ประชาชนจำนวนมาก ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลมีวิสัยทัศน์ในการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม มีสายตาที่กว้างไกลเกินกว่าการมุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า และมีความกล้าหาญที่จะดำเนินการปฏิรูปที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้อาจจะขัดกับความต้องการของกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม

สรุป คือ จะเห็นได้ว่า "น้ำมันดิบ" ไม่ได้กระทบแค่คนใช้รถ แต่เชื่อมโยงกับต้นทุนชีวิตของคนทั้งประเทศ ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าขนส่ง ค่าไฟ ไปจนถึงสินค้ารอบตัว เพราะเป็นต้นทางของพลังงานและวัตถุดิบในระบบเศรษฐกิจ เมื่อราคาน้ำมันโลกผันผวน คนไทยจึงต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้นตาม ขณะที่ประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ด้านนักวิชาการจากทีดีอาร์ไอได้เสนอให้รัฐเปลี่ยนจากการอุดหนุนระยะสั้น ไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว และทำให้เศรษฐกิจไทยรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกได้อย่างยั่งยืน