ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% โดยมีผลทันที การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่ประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเหล็กรายสำคัญ
รายละเอียดมาตรการ
มาตรการนี้ครอบคลุมการนำเข้าเหล็กทุกประเภท รวมถึงอะลูมิเนียม โดยไม่มีการยกเว้นให้กับประเทศใดเป็นพิเศษ ทรัมป์ให้เหตุผลว่าต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้จะส่งผลให้ราคาสินค้าที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมสูงขึ้น เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง
ผลกระทบต่อประเทศไทย
ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเหล็กไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อนและท่อเหล็ก การขึ้นภาษีครั้งนี้จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเร่งหาตลาดใหม่และปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบ
- ผู้ส่งออกเหล็กไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ
- ราคาเหล็กในประเทศอาจปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก
- ธุรกิจต่อเนื่อง เช่น อู่ต่อเรือและก่อสร้าง ได้รับผลกระทบทางอ้อม
ปฏิกิริยาจากต่างประเทศ
สหภาพยุโรป จีน และแคนาดา ออกมาประณามมาตรการดังกล่าว และเตรียมตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตรและวิสกี้ ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้แสดงความผิดหวังและเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนนโยบาย
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าสงครามการค้ารอบนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
แนวโน้มในอนาคต
หลายฝ่ายคาดว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการนี้เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยเฉพาะกับจีนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาดเหล็ก อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีอาจยืดเยื้อและนำไปสู่การฟ้องร้องที่องค์การการค้าโลก (WTO)
สำหรับผู้บริโภคในสหรัฐฯ ราคาสินค้าที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมอาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะสั้น



