สงครามอิหร่านยืดเยื้อ ดันน้ำมันทะลุ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จับตาไทยเสี่ยงเผชิญ Stagflation
โลกกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังพันธมิตรสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ยกระดับการโจมตีเข้าสู่เฟสที่สอง โดยมุ่งเป้าไปยังสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งน้ำมันและเส้นทางขนส่งสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นจนเข้าสู่ระดับอันตราย
สถานการณ์ล่าสุด ทำไมน้ำมันถึงพุ่งทะลุ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 48% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทะยานแตะระดับ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยหลายประการ
- การโจมตีจุดยุทธศาสตร์: อิหร่านโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของโลก ทำให้การขนส่งหยุดชะงัก
- อุปทานหยุดชะงัก: ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต เริ่มลดการผลิตเนื่องจากระบบขนส่งเป็นอัมพาตและคลังเก็บน้ำมันเต็ม
- ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์พุ่ง: Bloomberg Commodity Spot Index พุ่งทำลายสถิติปี 2022 สะท้อนว่าไม่เพียงแต่น้ำมัน แต่ราคาสินค้าทั่วโลกกำลังจ่อคิวขึ้นราคา
ดร.กอบศักดิ์ เตือน เข้าสู่สภาวะ Code "RED"
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าราคาน้ำมันที่ระดับ 110 ดอลลาร์คือสัญญาณอันตรายขั้นสุด หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย เราอาจได้เห็นภาพซ้ำรอยสงครามยูเครนที่น้ำมันแตะ 130 ดอลลาร์ ซึ่งจะนำไปสู่ผลกระทบรุนแรง
- เงินเฟ้อพุ่งสูงทั่วโลก: ค่าครองชีพกระโดดขึ้นทันที ส่งผลต่อประชาชนทุกประเทศ
- วิกฤติสินทรัพย์: ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin อาจร่วงกราวรูดเหมือนในอดีต
- โจทย์ยากของรัฐบาล: การพยุงราคาพลังงานด้วยงบประมาณมหาศาลอาจทำได้ไม่นาน
ดร.กอบศักดิ์เน้นย้ำว่า "ต้องเตรียมแผนสองทันที! เร่งสำรองน้ำมัน ส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์และยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และเปิดทางเลือกพลังงานใหม่ๆ เตรียมไว้ดีกว่าไม่เตรียม"
ไทยเสี่ยง Stagflation แทนเงินฝืด
ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ว่าความมั่นคงทางพลังงานคือจุดเปราะบางที่สุดของเศรษฐกิจไทย โดยเตือนว่าไทยอาจต้องเผชิญกับสภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งน่ากลัวกว่าเงินฝืด
ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมรวมถึงวิกฤติค่าเงินเยน (Yen Carry Trade) ที่ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาน้ำมันสูงอาจถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้กองทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อคืนเงินกู้เยน เกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลก
ดร.อนุสรณ์เสนอแนะแผนหลักสี่ประการสำหรับรัฐบาล ได้แก่ เร่งแผนพัฒนากำลังไฟฟ้า อนุรักษ์พลังงาน พัฒนาพลังงานทดแทน และลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเตือนว่าหากน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ รัฐอาจต้องทบทวนมาตรการอุดหนุนเพื่อรักษาฐานะการคลัง
การรับมือจากภาครัฐ กรมการค้าภายในสั่งคุมเข้ม
ท่ามกลางความกังวลเรื่องของแพง กรมการค้าภายในได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสยบความตื่นตระหนก ดังนี้
- อย่าตื่นตระหนก (Panic Buying): ยืนยันว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องกักตุน
- ตรึงราคาน้ำมัน: นายกรัฐมนตรีสั่งตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลาเบื้องต้น 15 วัน
- บังคับใช้กฎหมาย: ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากพบผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริงจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ทั้งหมดนี้สะท้อนได้ว่า สถานการณ์น้ำมันโลกในรอบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีโอกาสยืดเยื้อกว่าที่คิด การปรับตัวสู่การใช้พลังงานทางเลือกและการวางแผนการเงินเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น อาจเป็นทางรอดสำคัญในยุควิกฤติพลังงานปี 2026 นี้



