กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าและผู้ประกันตนมาตรา 39 รวมตัวทวงถามสูตร CARE เร่งเข้าครม.
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. ณ บริเวณหน้ากระทรวงแรงงาน กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี รักษาการคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน พร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้รวมตัวกันเดินทางเข้าพบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกและทวงถามถึงความชัดเจนในการประกาศใช้สูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สูตร CARE"
กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และข้อเรียกร้องหลัก
ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ประกันตนได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการประทับลายนิ้วมือโดยใช้หมึกสีแดงลงบนจดหมายเปิดผนึก เพื่อสื่อความหมายถึงการ "จำนำชีวิต" ของผู้ประกันตนที่ต้องฝากอนาคตไว้กับเงินบำนาญ โดยมีเป้าหมายหลักคือการกดดันให้กระทรวงแรงงานเร่งนำสูตรคำนวณ CARE เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศบังคับใช้โดยเร็วที่สุด
เหตุผลสำคัญคือสูตรคำนวณเดิมถูกมองว่าสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกันตน โดยเฉพาะกลุ่มมาตรา 39 ที่เมื่อลาออกจากงานประจำมาส่งเงินสมทบเอง กลับได้รับเงินบำนาญลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี เปิดเผยว่า สูตรคำนวณเงินบำนาญ CARE นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกระบวนการที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างละเอียดมาแล้ว ทั้งการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนทั่วประเทศ และการผ่านมติเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ทว่ากลับมีความล่าช้าในระดับนโยบาย โดยถูกส่งต่อผ่านรัฐมนตรีแรงงานหลายสมัยแต่ยังไม่มีการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เสียที ส่งผลให้ผู้ประกันตนจำนวนมากที่ครบกำหนดรับบำนาญต้องเสียสิทธิ์ในการได้รับเงินที่เป็นธรรมตามจำนวนเงินสมทบที่สะสมมาตลอดอายุการทำงาน
รมว.แรงงานยืนยันไม่รื้อสูตร CARE แต่ติดขั้นตอนราชการ
ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ซึ่งเป็นผู้รับมอบจดหมายเปิดผนึก ได้ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าในฝั่งของรัฐบาลว่า ในขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสูตร CARE เนื่องจากกระบวนการยังคงติดขัดอยู่ในขั้นตอนทางธุรการของฝ่ายราชการ อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้เร่งรัดขั้นตอนดังกล่าวแล้ว และขอยืนยันกับทางผู้ประกันตนว่าจะไม่มีการรื้อสูตรหรือเริ่มนับหนึ่งใหม่แน่นอน เพราะกระบวนการพิจารณาได้เลยจุดที่จะแก้ไขโครงสร้างหลักไปแล้ว
รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะยืนยันในสูตรเดิมแต่ในฐานะฝ่ายบริหารจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ โดยตั้งเป้าว่าภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ จะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยหารือร่วมกัน หากพบว่าสูตรใหม่มีผลกระทบเชิงลบต่อบุคคลกลุ่มใด ก็จะต้องมีมาตรการหรือกลไกในการเยียวยาควบคู่กันไป
นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า "ไม่อยากมัดด้วยกรอบเวลา แต่ยืนยัน ไม่ช้าแน่นอน สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 1 เดือนข้างหน้า จะเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุย หากมีผลกระทบเชิงลบ ก็หากลไกในการเยียวยา ยืนยัน ไม่มีการรื้อ เพราะกระบวนการเลยจุดนั้นมาแล้ว เมื่อกระบวนการพิจารณาครบถ้วนทุกมิติแล้วจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ทันที" แม้จะยังไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่ชัดได้ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุดและไม่ล่าช้าแน่นอน
ประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
นอกจากประเด็นเรื่องบำนาญแล้ว นายจุลพันธ์ ยังได้ตอบคำถามถึงความคืบหน้าการจัดเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ โดยระบุว่าตนมีเจตจำนงที่จะลงนามรับรองระเบียบการเลือกตั้งที่ใช้หลักเกณฑ์เดิม คือผู้ประกันตนและนายจ้าง 1 คนสามารถเลือกผู้แทนได้ 7 คน เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้โดยไม่ติดขัด แต่ในปัจจุบันเอกสารระเบียบดังกล่าวยังส่งมาไม่ถึงมือตนเช่นกัน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาคอขวดในขั้นตอนการทำงานระหว่างฝ่ายข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของสำนักงานประกันสังคมในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงการนำสูตร CARE เข้าสู่ ครม. ล่าช้าออกไปอีก



