ประกันสังคมเพิ่มผลตอบแทนบำเหน็จชราภาพ เสริมความมั่นคงให้ผู้ประกันตนในวัยเกษียณ
สำนักงานประกันสังคม ภายใต้กระทรวงแรงงาน ได้ประกาศอัตราผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การประกาศครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมั่นคงและประสิทธิภาพในการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลผู้ประกันตนในระยะยาวอย่างยั่งยืน
รายละเอียดอัตราผลตอบแทนสำหรับผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับผลตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพในอัตราร้อยละ 2.97 ต่อปี ขณะที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 และ 3 จะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้นที่ร้อยละ 3.58 ต่อปี อัตราดังกล่าวเป็นผลมาจากการบริหารเงินลงทุนตามแผนการลงทุนประจำปี 2568 ที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนทุกคน
เงื่อนไขการรับเงินบำเหน็จชราภาพและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ ได้แก่ ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีอายุครบ 55 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยมีระยะเวลาส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน ซึ่งจะได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนเงินสมทบที่นำส่ง พร้อมกับผลตอบแทนที่กำหนดในแต่ละปี สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 และ 3 ที่มีอายุครบ 60 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินออมพร้อมผลตอบแทน และสามารถสะสมเงินออมเพิ่มเติมได้ตามความสมัครใจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ
ความมุ่งมั่นของสำนักงานประกันสังคมในการดูแลคุณภาพชีวิต
สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันความมั่นคงในยามเกษียณผ่านการบริหารกองทุนอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งมั่นดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ เพื่อให้มีชีวิตที่มั่นคงและมีคุณภาพหลังการทำงาน
ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1506 ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารอัพเดทได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ



