ตรีนุช สั่งชะลอส่งแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง หลังหารือต่างประเทศ
ตรีนุชสั่งชะลอส่งแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกคำสั่งให้ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามในตะวันออกกลาง หลังมีการหารือเบื้องต้นกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคนี้

ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

รมว.แรงงาน ตรีนุช เทียนทอง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน จัดตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยศูนย์ดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของกระทรวงแรงงาน และจะให้การสนับสนุนความช่วยเหลือแก่แรงงานไทยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นจำเป็นต้องอพยพ ทางกระทรวงแรงงานพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หารือกระทรวงต่างประเทศเห็นพ้องชะลอส่งแรงงาน

จากการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ รมว.แรงงาน ตรีนุช ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันที่จะชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามในตะวันออกกลาง โดยจะมีการประชุมหารือกันอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจน

นอกจากนี้ รมว.แรงงานยังได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนแรงงานไทยในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานแรงงาน 3 แห่งในตะวันออกกลาง ดังนี้

  • สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล: 58,921 คน
  • สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: 11,227 คน
  • สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย: 7,347 คน

รวมจำนวนแรงงานไทยทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าวมีทั้งสิ้น 77,495 คน ซึ่งทางกระทรวงแรงงานจะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปลัดกระทรวงแรงงานเตรียมประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์

ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในขั้นตอนต่อไป ตนจะจัดประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ของทั้ง 3 สำนักงานแรงงาน เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับแรงงานในพื้นที่ โดยเน้นให้ทุกคนสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่สถานทูตผ่านทางโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งวางมาตรการเชิงรุกเพื่อให้แรงงานไทยสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังมีรายงานการโจมตีระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว