เปิดลิสต์หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI ตั้งแต่เครื่องจักร พลังงาน ยัน Compute
เปิดลิสต์หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI เครื่องจักร พลังงาน Compute

เปิดลิสต์หุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่หลายคนกำลังจับตา เมื่อโลกของเราทุกวันนี้ไม่ได้โฟกัสกับ AI แค่ในเรื่องซอฟต์แวร์ที่ใช้งานกันอยู่เป็นประจำ แต่กำลังมุ่งสู่ Infrastructure ของทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นพลังประมวลผล หน่วยความจำ ชิป เครือข่ายไฟเบอร์ ไปจนถึงพลังงานไฟฟ้า

เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ

สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองเห็นอาจเป็นเพียง ChatGPT, Claude, Gemini หรือ AI Agent ต่าง ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานของมนุษย์ แต่เบื้องหลัง AI เหล่านี้คือ โครงสร้างพื้นฐานขนาดมหึมาที่กำลังกินพลังงาน ใช้ชิป และต้องการศูนย์ข้อมูลมากกว่าที่โลกเคยสร้างมา

AI จึงไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Mega Infrastructure ใหม่ของโลกเทคโนโลยี ที่จะประกอบไปด้วย GPU หน่วยความจำ ระบบเก็บข้อมูล เครือข่ายไฟเบอร์ Data Center ไปจนถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทุกอย่างกำลังถูกเชื่อมเข้าหากันเพื่อสร้างพลังประมวลผลให้ AI ที่หลายคนใช้กันอยู่ทุกวัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

และนี่คือแผนที่ของ หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา

Compute – หัวใจของ AI คือพลังประมวลผล

กลุ่มแรกคือ Compute หรือหน่วยประมวลผล ซึ่งถือเป็นหัวใจของ AI ทุกโมเดล ที่ต้องใช้ GPU และ CPU จำนวนมหาศาลในการ Train และ Inference โมเดล AI

ผู้นำสำคัญของยุคนี้คือ Nvidia (NVDA) บริษัทที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของกระแส AI จากการครองตลาด GPU สำหรับ Data Center อย่างชิปตระกูล B200 ที่สร้างบนโครงสร้าง Blackwell ขณะที่ Advanced Micro Devices (AMD) กำลังเร่งไล่ตามผ่าน AI Accelerator ตระกูล MI300 ส่วน Broadcom (AVGO) กลายเป็นผู้เล่นสำคัญด้าน Custom AI Chip และระบบเชื่อมต่อเครือข่ายระดับ Data Center

ด้าน Arm Holdings (ARM) ยังคงเป็นเจ้าของสถาปัตยกรรม CPU ที่อยู่เบื้องหลังอุปกรณ์จำนวนมหาศาลทั่วโลก รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ ขณะที่ Intel (INTC) กำลังพยายามกลับเข้าสงคราม AI ผ่านธุรกิจ Foundry และชิปประมวลผล AI ของตัวเอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือบริษัทเหมืองคริปโตฯ เดิมที่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ให้เช่า AI Compute อย่าง IREN (IREN), TeraWulf (WULF), Cipher Digital (CIFR) และ Hut 8 (HUT) จุดแข็งของบริษัทเหล่านี้คือมีไฟฟ้าราคาถูกและ Data Center เดิมจากยุคคริปโตฯ ทำให้สามารถ Pivot เข้าสู่ตลาด AI ได้เร็ว

Memory – AI ทำงานไม่ได้ หากไม่มีหน่วยความจำ

นอกจากชิปประมวลผลแล้ว AI ยังต้องการ Memory หรือหน่วยความจำความเร็วสูงมหาศาล โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) ที่กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของ AI Server ยุคใหม่

หุ้นที่ถูกจับตาในกลุ่มนี้คือ Micron Technology (MU) หนึ่งในผู้ผลิต HBM รายใหญ่ของโลก รวมถึง Samsung Electronics และ SK Hynix จากเกาหลีที่กำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญของยุค AI โดยเฉพาะ SK Hynix ที่หลายคนมองว่าเป็น Hidden Champion ของตลาด HBM ระดับสูง ขณะที่ SanDisk (SNDK) ก็ยังอยู่ในกลุ่มผู้เล่นสำคัญด้านหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล

Storage – เพราะ AI ต้องเก็บข้อมูลมหาศาล

เมื่อ AI ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลในการ Train โมเดล โลกจึงต้องการระบบ Storage เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง HDD และ SSD ทำให้หุ้นอย่าง Seagate Technology (STX), Western Digital (WDC) และ Pure Storage (PSTG) ถูกมองว่าเป็นคลังข้อมูลสำคัญของเศรษฐกิจ AI

Networking – ตัวเชื่อมคอมพิวเตอร์และชิป

อีกหนึ่งคอขวดสำคัญของยุค AI คือระบบ Networking เพราะการเชื่อม GPU หลายหมื่นตัวเข้าหากันต้องใช้เครือข่ายความเร็วสูง ส่งผลให้หุ้นระบบเครือข่ายและ Optical พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

บริษัทที่ถูกจับตาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Arista Networks (ANET), Credo Technology Group (CRDO), Amphenol (APH) และ Ciena (CIEN)

ขณะที่ฝั่ง Optical Module และระบบแสง ซึ่งเป็นหัวใจของการส่งข้อมูลใน Data Center ก็มีผู้เล่นสำคัญอย่าง Lumentum (LITE), Applied Optoelectronics (AAOI), Astera Labs (ALAB), Coherent (COHR) และ Semtech (SMTC)

Data Centers & Cloud – โรงงานผลิต AI ของโลกยุคใหม่

ส่วน Data Center & Cloud กำลังกลายเป็นโรงงานผลิต AI ของโลกยุคใหม่ เพราะ AI ทุกตัวต้องทำงานอยู่บนศูนย์ข้อมูลขนาดมหาศาล และผู้ที่มี Compute มากที่สุดก็กำลังได้เปรียบที่สุดในสงครามรอบนี้

กลุ่ม Hyperscaler ที่ครองตลาดได้แก่ Microsoft (MSFT) เจ้าของ Azure และอดีตพันธมิตรหลักของ OpenAI, Alphabet (GOOGL) เจ้าของ Google Cloud และ Gemini, Amazon (AMZN) ที่ยังครองตำแหน่งคลาวด์รายใหญ่ที่สุดของโลกผ่าน AWS และ Oracle (ORCL) ที่กำลังโตแรงจาก AI Infrastructure

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากเริ่มจับตากลุ่ม Neocloud หรือคลาวด์ยุคใหม่สำหรับ AI โดยเฉพาะ เช่น Nebius (NBIS), CoreWeave (CRWV), Applied Digital (APLD), Galaxy Digital (GLXY) และ New Era Energy & Digital (NUAI)

Power & Cooling – ระบบที่ต้องมีเมื่อ AI กำลังกินไฟมหาศาล

แต่ปัญหาใหม่ของโลก AI ไม่ใช่เพียงเรื่องชิปอีกต่อไป เพราะ Data Center รุ่นใหม่กำลังกินไฟมหาศาลเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็กหนึ่งเมืองเลยทีเดียว นั่นทำให้ Power & Cooling กลายเป็นธีมการลงทุนใหม่ที่ร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในฝั่งระบบหล่อเย็นและจ่ายไฟ Vertiv (VRT) ถูกมองเป็นหุ้นดาวเด่นของยุค AI Cooling ขณะที่ Dell Technologies (DELL) กำลังได้อานิสงส์จากความต้องการ AI Server

ส่วนกลุ่มพลังงานที่ถูกจับตาได้แก่ Vistra (VST), Constellation Energy (CEG), Talen Energy (TLN), GE Vernova (GEV), Bloom Energy (BE), Centrus Energy (LEU) และ Oklo (OKLO) ซึ่งหลายบริษัทถูกมองว่าอาจกลายเป็นผู้ขายไฟให้ AI ในอนาคต

Equipment & Tools – คนขายพลั่วในยุคตื่นทอง AI

อีกกลุ่มที่หลายคนเรียกว่าคนขายพลั่วในยุคตื่นทอง AI หรือกลุ่ม Equipment & Tools ซึ่งก็คือบริษัทผลิตเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับสร้างชิป เพราะไม่ว่าใครจะชนะสงคราม AI โลกก็ยังต้องใช้โรงงานผลิตชิปเพิ่มขึ้นมหาศาล

ผู้นำสำคัญคือ ASML Holding (ASML) บริษัทเดียวในโลกที่สามารถผลิตเครื่อง EUV Lithography ได้ ตามมาด้วย Applied Materials (AMAT) และ Lam Research (LRCX)

ด้านโรงงานผลิตและประกอบชิปก็มีผู้เล่นสำคัญอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSM) โรงงานผลิตชิปที่สำคัญที่สุดของโลก รวมถึง Celestica (CLS), Flex (FLEX), Fabrinet (FN) และ Sanmina (SANM)

สิ่งที่ตลาดเริ่มมองเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ AI Boom รอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสของหุ้น AI Software เท่านั้น แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของโลกเทคโนโลยี ทั้งชิป หน่วยความจำ ระบบเครือข่าย Data Center โรงไฟฟ้า ระบบหล่อเย็น และ Supply Chain ทั้งระบบ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองว่า AI Infrastructure ที่กำลังเป็น Mega Trend นั้นใหญ่พอ ๆ กับยุคอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่ยุคไฟฟ้าในอดีต และในสงคราม AI รอบนี้ ผู้ชนะอาจไม่ใช่แค่บริษัทที่สร้าง AI เก่งที่สุด แต่อาจเป็นบริษัทที่ขายโครงสร้างพื้นฐานให้โลก AI ได้มากที่สุดเช่นกัน