จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมผลักดันให้แรงงานแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองและสวัสดิการที่เหมาะสม ล่าสุดเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ได้ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนให้ไรเดอร์เข้าประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับลูกจ้างทั่วไป โดยชี้ว่าช่วยแก้ปัญหาไรเดอร์ล้นตลาดและค่ารอบที่ลดลง
สหภาพไรเดอร์หนุน ม.33
นายอนุกูล ราชกุณา ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ เปิดเผยว่า เครือข่ายสนับสนุนให้บริษัทแพลตฟอร์มเข้าร่วมประกันสังคมมาตรา 33 เนื่องจากปัจจุบันบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ ทำให้รับไรเดอร์เข้ามาไม่จำกัด ส่งผลให้มีไรเดอร์มากเกินความต้องการ เกิดการแย่งงาน และค่ารอบลดลงอย่างต่อเนื่อง
“เมื่อไรเดอร์มีไม่จำกัด ค่ารอบจะลดเท่าไหร่ก็ได้ เพราะถ้าคุณไม่รับ ก็มีคนอื่นรับอยู่แล้ว หากมีการจ่ายประกันสังคม จะกลายเป็นต้นทุนที่บริษัทต้องจ่าย ทำให้ควบคุมจำนวนไรเดอร์ได้ ไม่รับคนมั่วซั่ว” นายอนุกูล กล่าว
นอกจากนี้ นายอนุกูลยังชี้ว่า ปัจจุบันไรเดอร์ที่ประสบอุบัติเหตุต้องสำรองจ่ายเองทั้งหมด และกรมธรรม์ พ.ร.บ. ก็ไม่เพียงพอต่อการดูแล
ข้อกังวลเรื่องชั่วโมงทำงานและการจ่ายซ้ำซ้อน
สำหรับไรเดอร์ที่ทำงานหลายแพลตฟอร์มหรือมีงานประจำอยู่แล้ว และกังวลว่าจะถูกบังคับให้ทำงานขั้นต่ำ 8 ชั่วโมง หรือต้องจ่ายประกันสังคมซ้ำซ้อน นายอนุกูลอธิบายว่า ประกันสังคมมีเพดานจ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน หากจ่ายรวมกันเกิน สามารถขอคืนได้ ส่วนเรื่องชั่วโมงทำงาน ปัจจุบันไรเดอร์ 60-70% ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่ไม่มีหลักประกันใดๆ ส่วนกลุ่มที่ทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมง ควรได้รับความคุ้มครองแบบยืดหยุ่น โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างเต็มตัว แต่ควรได้สวัสดิการที่ดีกว่าประกันกลุ่มที่แพลตฟอร์มให้ในปัจจุบัน
“ในปัจจุบันแพลตฟอร์มก็บังคับอยู่แล้ว แม้ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าต้องทำงาน 8 ชั่วโมง แต่การลดค่ารอบทำให้รายรับไม่เพียงพอ ต้องวิ่งงานเพิ่มขึ้น” นายอนุกูล กล่าว
ม.33 ดีกว่า ม.40
นายอนุกูลเห็นด้วยกับมาตรา 33 เพราะบริษัทต้องร่วมจ่ายสมทบ ทำให้ไรเดอร์มีเงินชดเชยเมื่อเกษียณหรือตกงาน ปัจจุบันแพลตฟอร์มผลักดันให้ไรเดอร์เข้าประกันสังคมมาตรา 40 ซึ่งเป็นของคนทำงานอิสระ โดยบริษัทไม่ต้องร่วมจ่าย ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจสูงขึ้น แต่ไม่รับผิดชอบคนทำงาน สหภาพฯ จึงอยากผลักดันมาตรา 33 แต่ไม่บังคับ ต้องการให้ไรเดอร์มีสิทธิเลือก
ส่วนประเด็นความเป็นลูกจ้าง-นายจ้าง นายอนุกูลชี้ว่า แพลตฟอร์มพยายามทำให้ไรเดอร์เป็นเพียงพาร์ทเนอร์ แต่กลับมีอำนาจบังคับบัญชา เช่น เก็บข้อมูล เปิด GPS ตลอดเวลา กำหนดราคาค่ารอบ ซึ่งขัดแย้งกับสถานะอิสระ
“ความเป็นลูกจ้างมีหลักชี้วัดไม่กี่ข้อ มีอำนาจบังคับบัญชาหรือไม่ ให้คุณให้โทษได้หรือไม่ ไรเดอร์กำหนดค่ารอบเองได้หรือไม่ ถ้าไม่มีสามข้อนี้ถึงจะเรียกว่าอิสระ แต่ปัจจุบันพยายามบิดเบือนกลไกการจ้างงาน” นายอนุกูล กล่าว
แนวทางดำเนินการใน 1 ปี
นายอนุกูลเสนอว่า หากจะผลักดันมาตรา 33 จริง ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจ เพราะปัจจุบันมีความเข้าใจผิดจำนวนมาก รวมถึงข่าวปลอม จากนั้นต้องกำหนดสวัสดิการที่มีเงื่อนไขชัดเจน ระบุสิทธิประโยชน์เมื่อเข้าร่วม และการคุ้มครองจากรัฐ
ท้ายที่สุด นายอนุกูลย้ำว่า ไรเดอร์ยังไม่เข้าใจว่าการเป็นลูกจ้างดีกว่าอย่างไร ดังนั้นการมีความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นและให้ไรเดอร์เลือกเองจึงสำคัญ เช่น หากทำงานครบ 8 ชั่วโมงแล้วไม่ต้องการสวัสดิการตามมาตรา 33 ก็สามารถส่งคืนบริษัทได้ สหภาพฯ ต้องการเพียงให้ไรเดอร์ทุกคนมีสิทธิเลือกและมีความปลอดภัยในการทำงาน



