ประกันสังคมจ่ายเยียวยา 1.4 ล้านบาท ให้ทายาทเหยื่อ 'เครนถล่มสีคิ้ว' หลังเหตุสลด
ประกันสังคมจ่ายเยียวยา 1.4 ล้านบาท ให้ทายาทเหยื่อเครนถล่มสีคิ้ว (18.02.2026)

ประกันสังคมเร่งจ่ายเยียวยา 1.4 ล้านบาท ให้ทายาทเหยื่อเหตุเครนถล่มสีคิ้ว

สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์รวมกว่า 1.4 ล้านบาท ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เครนถล่มในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงและมีผู้สูญเสียจำนวนมาก

รายละเอียดการจ่ายสิทธิประโยชน์และจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าในเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้โดยสารบนขบวนรถไฟทั้งหมด 157 คน โดยแบ่งเป็น:

  • ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 จำนวน 4 ราย
  • ผู้เสียชีวิตรวม 30 คน ซึ่งยืนยันตัวตนแล้ว 29 คน เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 จำนวน 19 ราย

สำหรับทายาทของผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ประกันตนนั้น ได้รับสิทธิประโยชน์รวมทั้งสิ้น 1,421,450.29 บาท ซึ่งครอบคลุมเงินช่วยเหลือต่างๆ ตามกฎหมายประกันสังคม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเภทสิทธิประโยชน์ที่จ่ายให้แก่ทายาทและผู้ประสบเหตุ

สำนักงานประกันสังคมได้เร่งดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้แก่ทายาทและผู้บาดเจ็บอย่างครบถ้วน โดยประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. เงินค่าทำศพ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวในขั้นตอนแรก
  2. เงินสงเคราะห์กรณีตาย สำหรับทายาทผู้เสียชีวิต
  3. เงินบำเหน็จชราภาพ ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์ตามเงื่อนไข
  4. ค่ารักษาพยาบาลและค่าทดแทน จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน

นางสาวกาญจนา ยังได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และเน้นย้ำถึงความพร้อมของสำนักงานในการดูแล อำนวยความสะดวก และชี้แจงสิทธิประโยชน์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว

ความเสียหายจากเหตุการณ์และผลกระทบต่อโครงการ

เหตุเครนถล่มในครั้งนี้เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ส่งผลให้รถไฟได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งนอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าและความปลอดภัยของโครงการอีกด้วย สำนักงานประกันสังคมจึงให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์และให้การสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าทุกครอบครัวจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี