ในปี 2568 ผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพต้องเตรียมรับมือกับค่าเบี้ยประกันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากปัจจัยด้านค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทประกันภัยต้องทบทวนอัตราเบี้ยประกันเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
สาเหตุที่เบี้ยประกันสุขภาพปรับเพิ่ม
สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่ายาและค่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านอายุของผู้เอาประกันที่มากขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูงขึ้น
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
ผู้บริโภคจะต้องแบกรับภาระค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้บางคนต้องลดความคุ้มครองหรือยกเลิกกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม การมีประกันสุขภาพยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงถึงหลักล้านบาท
แนวทางรับมือ
ผู้บริโภคควรศึกษาและเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพจากหลายบริษัท เพื่อเลือกแผนที่ให้ความคุ้มครองเหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ นอกจากนี้ ควรพิจารณาเลือกแผนที่มีค่าเบี้ยคงที่หรือมีการปรับเพิ่มในอัตราที่จำกัด รวมถึงใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการซื้อประกันสุขภาพ
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
นายกสมาคมประกันชีวิตไทยแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบกรมธรรม์ของตนเองอย่างละเอียด และพิจารณาเพิ่มวงเงินคุ้มครองในกรณีที่จำเป็น พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการมีประกันสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันสุขภาพใหม่ ควรพิจารณาเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ระยะเวลารอคอย และข้อยกเว้นต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด



