รัฐบาลเร่งแผนรับมือวิกฤตราคาไฟฟ้า หลังราคา LNG พุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง
รัฐบาลเร่งแผนรับมือวิกฤตราคาไฟฟ้า หลัง LNG พุ่งสูง (11.03.2026)

รัฐบาลเร่งแผนรับมือวิกฤตราคาไฟฟ้า หลังราคา LNG พุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง

คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอมาตรการด้านพลังงาน เพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อบริหารสถานการณ์การจัดหาพลังงานไม่ให้ขาดแคลน และควบคุมราคาพลังงานไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ

มาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบด้านไฟฟ้า

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 มีนาคม 2569 รัฐบาลได้ประเมินว่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ายังมีเพียงพอ แต่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากราคา Spot LNG ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ผ่านกลุ่มมาตรการใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทน (Fuel Switching) โดยการจัดหาไฟฟ้าเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นที่มีศักยภาพในระยะเร่งด่วน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 มาตรการหลัก ดังนี้

  • การปรับเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ โดยเพิ่มกำลังผลิต 150 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 97 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG ที่ลดลงประมาณ 647 พันล้านบีทียูต่อเดือน
  • การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศ โดยการประสานงานกรมชลประทานเพื่อเพิ่มการระบายน้ำลุ่มน้ำแม่กลองและเขื่อนรัชประภา ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 80 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG ที่ลดลงประมาณ 533 พันล้านบีทียูต่อเดือน
  • การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในต่างประเทศจากสปป. ลาว ซึ่งจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 125 ล้านหน่วยต่อเดือน เทียบเท่า LNG ที่ลดลงประมาณ 833 พันล้านบีทียูต่อเดือน

จากมาตรการเร่งด่วนข้างต้น ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 302 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งทดแทนการใช้ LNG ในการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 2,013 พันล้านบีทียูต่อเดือน หรือเทียบเท่า 0.67 เที่ยวเรือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการในระยะต่อไปเพื่อความยั่งยืน

นอกจากมาตรการเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังมีแผนในระยะต่อไปเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ดังนี้

  1. ขยายระยะเวลามาตรการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทินหินบุน กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ ซึ่งจะหมดอายุ 31 ธันวาคม 2569 นี้ โดยจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 14 ล้านหน่วยต่อเดือน โดยมอบหมายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปดำเนินการจัดทำร่างแก้ไขสัญญาเพื่อรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติม และเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป
  2. ขยายระยะเวลามาตรการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กและเล็กมาก (SPP และ VSPP) ซึ่งจะหมดอายุ 31 ธันวาคม 2569 จากสัญญาเดิมและนอกเหนือสัญญาเดิม โดยจะต้องมีการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป และมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในรายละเอียดการรับซื้อที่เหมาะสมต่อไป

ผลกระทบจากราคา LNG ที่พุ่งสูงขึ้น

แนวโน้มราคา Spot LNG ในตลาดโลกหลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ Platts LNG Daily ราคา LNG วันที่ 3 มีนาคม 2569 พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ราคา 25.39 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และลดลงเท่ากับ 22.02 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยคาดว่าราคาในช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะค่อนข้างผันผวนอยู่ในระดับสูงไปจนสิ้นปี 2569

ราคา Spot LNG ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นต่อผู้ใช้ไฟฟ้า โดยประมาณการเบื้องต้น หากราคา LNG สูงขึ้นเป็น 25 - 35 ล้านเหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ในกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการใดๆ คาดการณ์ว่าค่าไฟฟ้าอาจปรับเพิ่มขึ้นได้ถึง 37 - 70 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งกระทรวงพลังงานจะประเมินสถานการณ์และจัดทำมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อไป