นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทั้งนี้ ในอนาคตรัฐบาลตั้งใจจะทบทวนอัตราค่าไฟบ้านเรือนที่กำหนดให้ผู้ใช้ไฟมากต้องจ่ายแพงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นแนวทางแก้ไขปัญหาในส่วนอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ (สัญญาทาส) ในกลุ่มที่ขายไฟรูปแบบแอดเดอร์ (Adder) การจัดการค่าความสูญเสียในระบบ (Loss) เช่น สายส่ง-สายจำหน่าย รวมถึงการจัดระเบียบค่าไฟสาธารณะที่ถูกนำไปบวกในบิลค่าไฟฐานของประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าทั้งหมด
ปรับโครงสร้างค่าไฟบ้าน สร้างความเป็นธรรม
นายเอกนัฏกล่าวต่อไปว่า มาตรการสำคัญในระยะถัดไปคือการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ (ประเภทที่ 9) สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าสูงมากและจำเป็นต้องใช้ก๊าซนำเข้าราคาสูงในการผลิต การตั้งราคาใหม่นี้จะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อนำส่วนต่างมาช่วยอุดหนุนลดภาระค่าไฟให้ภาคประชาชนและอุตสาหกรรมในประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของพลังงานสะอาด รัฐบาลจะเร่งรัดกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปส่วนเกินคืนจากประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมเตรียมมาตรการสนับสนุนผ่านธนาคารรัฐในรูปแบบการช่วยเงินดาวน์หรือลดดอกเบี้ย เพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงหลังมีการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ประกอบกับที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกดึงกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดราคาหน้าปั๊มได้กว่า 8,300 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย
กองทุนน้ำมันติดลบลดลง ไม่ต้องกู้เพิ่ม
ส่วนฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายเอกนัฏเผยว่าได้สั่งการให้ทบทวนตัวเลขโดยใช้ยอดจริงแทนการคาดการณ์ พบว่ายอดติดลบของกองทุนฯ ลดลงจากเดิมที่คาดไว้กว่า 60,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 57,000 ล้านบาท ประกอบกับมีการอายัดเงินคืนจากผู้ค้าบางกลุ่มที่อยู่ระหว่างสอบสวนเรื่องการกักตุนกำไรอีกราว 30,000 ล้านบาท ทำให้ในขณะนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม โดยจะบริหารจัดการภายใต้วงเงินกู้เดิมเพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้สาธารณะในช่วงท้าย
วางกลไกถาวรกำกับราคาน้ำมัน
นายเอกนัฏย้ำว่ากระทรวงพลังงานกำลังวางกลไกถาวรในการกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการกลั่น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์โลกเพื่อไม่ให้ค่าการกลั่นพุ่งสูงเกินไป โดยจะพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้อำนาจเด็ดขาดแก่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) รวมถึงการรื้อฟื้นบทเรียนเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการอิงราคาสิงคโปร์และการบวกค่าพรีเมียม เพื่อสร้างระบบการเตือนและจำกัดราคาที่มีประสิทธิภาพในอนาคต



