รัฐบาลยืนยันน้ำมันเพียงพอ เดินหน้าตรึงดีเซลต่อ เบนซินอาจปรับขึ้นเร่งหาแหล่งสำรองเพิ่ม
รัฐบาลไทยออกมายืนยันว่าประเทศยังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการบริโภค ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก พร้อมเดินหน้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่ออีก 5-6 วัน ส่วนน้ำมันเบนซินอาจปรับราคาเพิ่มขึ้นในอนาคตแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาจากกลไกราคาตลาด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
เร่งหาแหล่งสำรองน้ำมันเพิ่มจากต่างประเทศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ ส่วนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียยังต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องการถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ
แม้บางช่วงอาจเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนจากการขนส่งไม่ทัน แต่รัฐบาลยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการได้ และมีมาตรการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์
มาตรการประหยัดพลังงานและปรับส่วนผสมน้ำมัน
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าจะประกาศเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล โดยเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มจาก 5% เป็น 7% (จาก B5 เป็น B7) ซึ่งจะช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลและยืดระยะเวลาสำรองน้ำมัน รวมถึงสนับสนุนราคาผลผลิตปาล์มในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
นอกจากนี้ จะมีการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซิน E20 ให้ถูกกว่า E10 เป็น 3 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้มากขึ้น และช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันเบนซิน พร้อมต่ออายุการตรึงราคาแก๊สหุงต้มออกไปอีก 2 เดือนจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569
เตรียมมาตรการประหยัดพลังงานเข้าครม
เพื่อไม่ให้ประมาท รัฐบาลเตรียมชงมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยเบื้องต้นเป็นการขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศา การใช้พลังงานอย่างประหยัด การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น และส่งเสริมการประชุมออนไลน์หรือทำงานจากบ้าน
ยังมีการขอความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันให้ส่งเสริมการตรวจสภาพเครื่องยนต์รถยนต์แก่ประชาชน เนื่องจากสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้จำนวนมาก
สถานะกองทุนน้ำมันและแนวโน้มราคา
นายอรรถพล เปิดเผยว่าสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขณะนี้ติดลบเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ โดยเคยติดลบสูงสุดถึง 120,000 ล้านบาท รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันหากจำเป็น
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในอนาคต ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยอาจมีการปรับขึ้น แต่หากสงครามยุติ ราคาก็จะลดลงแน่นอน รัฐบาลยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินเป็นรายชั่วโมง
ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์กำลังเข้มงวดดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรมและมีปริมาณเพียงพอ โดยใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ยืนยันว่าสินค้าจำเป็นในการบริโภคยังไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม และขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นข้อมูลขอปรับขึ้นราคา



