“ปานเทพ” ยื่น 8 ข้อเสนอปฏิรูปพลังงาน “เอกนัฏ” รับลูกพร้อมสู้กลุ่มทุน
ปานเทพยื่น 8 ข้อเสนอรื้อพลังงาน เอกนัฏรับลูกสู้ทุน (16.04.2026)

“ปานเทพ” ยื่น 8 ข้อเสนอรื้อโครงสร้างพลังงาน “เอกนัฏ” รับลูกพร้อมสู้กลุ่มทุน ยันอยู่เคียงข้างประชาชน 100%

วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่กระทรวงพลังงาน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) สภาผู้บริโภค และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก เข้าพบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม โดยนายปานเทพระบุว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะลดลง แต่ราคาในไทยยังไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยเฉพาะกำไรค่าการกลั่นที่สูงถึง 14.40 บาทต่อลิตร และค่าการตลาดที่พุ่งสูงเกินควรจนประชาชนเดือดร้อนหนัก จึงขอเสนอ 8 ข้อสำคัญ ดังนี้

  • การสั่งหยุดกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทมาพยุงกองทุนน้ำมัน แต่ให้ใช้อำนาจกฎหมายเรียกคืนกำไรเกินควรจากโรงกลั่นแทน
  • การปลดล็อกโซลาร์เซลล์หน้าบ้าน (Net Metering) ให้ประชาชนขายไฟคืนรัฐได้แบบหักลบหน่วยเพื่อลดภาระค่าไฟ
  • การปรับปรุงกลไกกองทุนน้ำมันให้โปร่งใสและเป็นธรรม
  • การลดการอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ 100% โดยคำนึงถึงศักยภาพโรงกลั่นในประเทศ
  • การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง
  • การเปิดเผยข้อมูลต้นทุนการผลิตน้ำมันอย่างชัดเจน
  • การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามนโยบายพลังงาน
  • การป้องกันการผูกขาดในอุตสาหกรรมพลังงาน

รัฐมนตรีพลังงานรับลูกพร้อมยืนยันสู้กลุ่มทุน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หลายเรื่องตรงกับสิ่งที่คิดไว้ และไม่เห็นด้วยกับกลไกกองทุนน้ำมันในปัจจุบันที่สร้างภาระหนี้โดยขาดธรรมาภิบาล สำหรับมาตรการเร่งด่วนมองว่าการลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเพียง 2 บาทนั้นยังไม่พอ และควรเลิกอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ 100% เสมือนไทยไม่มีโรงกลั่นเอง นอกจากนี้เตรียมเสนอ 5 นโยบายหลักเข้า ครม. โดยเฉพาะการดัน “Solar Rooftop” เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมยืนยันว่าตนเองอยู่เคียงข้างประชาชน 100% โดยไม่เกรงใจกลุ่มทุน และจะดึงภาคประชาชนเข้าร่วมติดตามการทำงานเพื่อความโปร่งใส

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประเด็นกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทและมาตรการสำรอง

ส่วนประเด็นการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท นายเอกนัฏชี้แจงว่าขณะนี้สถานะกองทุนเริ่มดีขึ้น จึงตั้งเป้าบริหารจัดการโดยไม่ต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม หรือให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยจะเก็บการกู้เงินไว้เป็น “ไพ่ใบสุดท้าย” เท่านั้น สำหรับกระแสข่าวการจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน ยืนยันว่าเป็นเพียงการเตรียมแผนสำรองรับมือสถานการณ์โลก ปัจจุบันน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ จึง “ยังไม่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการนี้” ในขณะนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจและอย่าตระหนก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การหารือในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน โดยเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว