กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนวันละ 700 ล้านบาท ตรึงราคาดีเซล นักวิชาการเตือนพยุงได้ไม่นาน
กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุน 700 ล้าน/วัน นักวิชาการเตือนพยุงได้ไม่นาน (10.03.2026)

กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนวันละ 700 ล้านบาท ตรึงราคาดีเซล นักวิชาการเตือนพยุงได้ไม่นาน

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันถึง 80% ได้รับผลกระทบโดยตรง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อตรึงราคาดีเซลขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร โดยมีรายงานว่า ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 11.73 บาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 6 มีนาคมที่อุดหนุนลิตรละ 9.57 บาท ทำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนเฉลี่ยวันละ 700 ล้านบาท สร้างความกังวลในสังคมว่ากองทุนฯ จะแบกรับค่าใช้จ่ายนี้ได้อีกนานแค่ไหน

นักวิชาการเผยสถานการณ์วิกฤตและบทเรียนจากอดีต

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก ทำให้น้ำมันขนส่งจากตะวันออกกลางลำบากและราคาปรับตัวสูงขึ้น สำหรับประเทศไทย แม้ผลิตน้ำมันได้แต่ไม่เพียงพอ หากไม่มีการอุดหนุน ราคาดีเซลอาจพุ่งถึง 40 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทบภาคขนส่งและธุรกิจ การตรึงราคาช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน แต่ในอนาคตอาจต้องทยอยปรับขึ้นเล็กน้อย

"น้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคขนส่ง เกษตรกรรม และค่าครองชีพของประชาชน" ดร.อารีพรกล่าว พร้อมชี้ว่าการอุดหนุนวันละ 700 ล้านบาทมีความจำเป็นในภาวะวิกฤต แต่เป็นบทเรียนที่ภาครัฐเคยใช้กองทุนฯ ตรึงราคาในช่วงไม่วิกฤต ซึ่งเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ แทนที่จะเก็บเงินไว้พยุงในยามจำเป็นจริงๆ เช่นปัจจุบัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางแก้ไขปัญหาและมาตรการเร่งด่วน

ดร.อารีพรเผยว่า กองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนักและคงพยุงได้ไม่นาน ภาครัฐต้องหามาตรการอื่น เช่น ออก พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือปรับเพดานชดเชยให้สูงขึ้นในภาวะวิกฤต สำหรับโครงสร้างราคาน้ำมันที่ควรจะเป็น เธอเสนอว่า ประเทศไทยไม่ควรอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ เนื่องจากมีค่าขนส่งและประกันภัยบวกในต้นทุน แต่ควรใช้ราคาหน้าโรงกลั่นในประเทศแทน พร้อมดูแลต้นทุนจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งให้เป็นธรรม

นอกจากนี้ ควรเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดบ่อยขึ้น เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเคยทำให้กองทุนฯ ติดลบมาแล้ว เธอเตือนว่า ประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ อาจได้รับผลกระทบคล้ายไทย ขึ้นอยู่กับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลแต่ละประเทศ ประเทศไทยต้องเร่งหาน้ำมันจากแหล่งอื่นให้ทันก่อนประเทศอื่น

มาตรการจากกระทรวงพลังงานและรัฐบาล

ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประชุมแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน นายพิพัฒน์ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยอยู่ที่ 95 วัน รัฐบาลเตรียมแผนลดผลกระทบหลังหมดมาตรการตรึงราคา โดยจะติดตามราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิดและปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพ

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนน้ำมัน ผู้ประกอบการสามารถยื่นหลักฐานใบสั่งซื้อน้ำมันย้อนหลัง 2 เดือนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือพลังงานจังหวัดเพื่อซื้อน้ำมันได้ตามปกติ ด้านนายอรรถพลเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เช่น ปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันของผู้ค้าจาก 1% เป็น 3% ภายใน 30 เมษายน ซึ่งจะเพิ่มปริมาณสำรองในประเทศอีก 7 วัน และเตรียมปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ภายใน 14 มีนาคม 2569 เพื่อลดการนำเข้า

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้ E20 โดยปรับราคาให้มีส่วนต่างกับ E10 มากขึ้นเพื่อจูงใจประชาชน รวมถึงจัดหาก๊าซธรรมชาติทดแทนและเพิ่มกำลังผลิตในอ่าวไทย เพื่อรับประกันว่าพลังงานไฟฟ้าจะไม่ขาดแคลน พร้อมตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่ออีก 2 เดือน (เมษายน-พฤษภาคม) กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาครัฐและประชาชนประหยัดพลังงาน เช่น ปรับอุณหภูมิแอร์เป็น 26 องศา ตรวจเช็กเครื่องยนต์ และพิจารณาการทำงานจากบ้าน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อร้านค้าในบริเวณออฟฟิศด้วย