กบน. ปรับลดอัตราชดเชยน้ำมันดีเซล ราคาขายปลีกเพิ่ม 3.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติสำคัญในการปรับลดอัตราชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
รายละเอียดการปรับลดอัตราชดเชย
ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ประชุม กบน. ตัดสินใจลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซลลง 4.11 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 21.89 บาทต่อลิตร เป็น 17.78 บาทต่อลิตร การตัดสินใจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดน้ำมันโลกที่ผันผวน และเพื่อรักษาความมั่นคงทางสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะยาว
ผลจากการปรับลดอัตราชดเชยนี้ ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นเป็น 44.24 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยสร้างความสมดุลทางการเงินให้กับกองทุนฯ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
การตัดสินใจปรับลดการชดเชยในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่
- ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤตและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การปรับราคาขายปลีกในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 6.22 ริงกิต หรือประมาณ 50.32 บาทต่อลิตร ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันในภูมิภาค
- ความจำเป็นในการรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ผลกระทบต่อรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
การลดการชดเชยในครั้งนี้ ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายจ่ายประมาณวันละ 362.76 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายจ่ายประมาณวันละ 1,804.61 ล้านบาท เป็นรายจ่ายประมาณวันละ 1,470.72 ล้านบาท
การปรับลดนี้ช่วยลดภาระทางการเงินของกองทุนฯ และอาจส่งผลดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันดีเซลอาจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นในระยะสั้น
สถานการณ์น้ำมันเบนซินและแนวโน้มในอนาคต
ขณะนี้ ราคาน้ำมันเบนซินยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ค้า ซึ่งจะมีการประกาศแจ้งความคืบหน้าและรายงานให้ทราบต่อไปในอนาคต การติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกและนโยบายของประเทศเพื่อนบ้านยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ กบน. ในอนาคต
ผู้เกี่ยวข้องควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



