วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาพลังงานโลกพุ่ง ไทยสำรองน้ำมัน 110 วัน กองทุนติดลบ 6.2 หมื่นล้าน
วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาพลังงานพุ่ง ไทยสำรองน้ำมัน 110 วัน

วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง ไทยเผชิญความท้าทายด้านพลังงาน

กระทรวงพลังงานได้รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานล่าสุดในวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดที่กลับมาอีกครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มราคาพลังงานในวันนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ได้ประมาณ 110 วัน แต่ต้องเผชิญกับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบกว่า 62,000 ล้านบาท และต้องชดเชยราคาน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 186 ล้านบาท

สถานการณ์โลกตึงเครียด ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น

ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในปัจจุบันคือสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงเตือนและเข้ายึดเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ฐานฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อม ทำให้อิหร่านประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการปล้นเรือกลางทะเล พร้อมขู่ตอบโต้และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 13 ลำต้องหันหัวกลับ

สถานการณ์นี้ได้สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในวันที่ 21 เมษายน 2569 แม้ว่าสหรัฐฯ จะส่งตัวแทนไปเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดในวันเดียวกัน แต่อิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมหากสหรัฐฯ ยังไม่ยกเลิกการปิดล้อม ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งหากอิหร่านเมินข้อตกลง ความโกลาหลนี้สร้างความกังวลว่าวิกฤตอุปทานพลังงานโลกอาจลุกลามสู่ปัญหาเงินเฟ้อ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือแนวโน้มราคาพลังงานล่าสุดในวันนี้พุ่งสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นราว 5-8% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 90.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นราว 4-7% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 83.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 105-115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในช่วงนี้

ปริมาณสำรองและฐานะกองทุนน้ำมันของไทย

ในส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 110 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 25 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 23 วัน

ด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.51 ล้านลิตร และจำหน่าย 52.88 ล้านลิตร สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ตามข้อมูลจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 42.90 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 35.90 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 35.45 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 42.45 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 42.08 บาท

เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ อยู่ที่ 46.95-87.18 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่อินโดนีเซีย กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ อยู่ที่ 44.29-117.91 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 20 เมษายน ติดลบ 62,046.64 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 185.76 ล้านบาท สะท้อนถึงความท้าทายด้านการจัดการพลังงานของประเทศในภาวะวิกฤต