วิกฤตพลังงานไทยยังอยู่ระดับ 1-2 เท่านั้น มีน้ำมันสำรองทะลุ 100 วัน พร้อมมาตรการรับมือ
วิกฤตพลังงานไทยระดับ 1-2 มีน้ำมันสำรองทะลุ 100 วัน

วิกฤตพลังงานไทยยังอยู่ในระดับต่ำ มีน้ำมันสำรองทะลุ 100 วัน พร้อมแผนรับมือจากรัฐบาล

กระทรวงพลังงานของไทยได้ออกมายืนยันว่า วิกฤตพลังงานในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่ 1 ถึง 2 เท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่ำและยังมีส่วนเผื่อเหลือเผื่อขาดอีกมาก โดยขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองพร้อมใช้รวมทั้งสิ้น 95 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหลังเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 วัน จากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล

รายละเอียดปริมาณน้ำมันสำรองและมาตรการเพิ่มสต๊อก

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก : ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” ว่า ปริมาณน้ำมันสำรอง 95 วันนี้ประกอบด้วย:

  • น้ำมันที่อยู่ในประเทศ 39-40 วัน
  • ปริมาณสำรองเพื่อการค้าของผู้ค้า 14 วัน
  • ปริมาณสำรองตามกฎหมายในถัง 25 วัน
  • น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือและเป็นกรรมสิทธิ์ของไทยแล้ว 26 วัน
  • น้ำมันที่ทำสัญญาซื้อขายและรอคิวโหลดอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ 30 วัน

เพื่อเสริมความมั่นคง นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเจ็ต และก๊าซหุงต้ม (LPG) เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกไปยังสปป.ลาวและเมียนมา เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการค้าด้านพลังงาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มปริมาณการสำรองจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 โดยจะทยอยเพิ่มเป็นร้อยละ 1.5 ภายในสิ้นเดือนนี้ และร้อยละ 3 ภายในสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศได้อีกอย่างน้อย 7 วัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถานการณ์ก๊าซหุงต้มและไฟฟ้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา

ในด้านความมั่นคงของก๊าซหุงต้ม ประเทศไทยมีความต้องการใช้เป็นเชื้อเพลิงประมาณ 10.4 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ขณะที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติในประเทศผลิตได้สูงถึง 9.57 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ทำให้ต้องนำเข้าเพิ่มเพียง 0.86 ล้านกิโลกรัมต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมกับปริมาณสำรองที่มีอยู่ 171 ล้านกิโลกรัม ทำให้ไทยมีก๊าซหุงต้มสำรองสำหรับภาคเชื้อเพลิงยาวนานถึง 199 วัน

สำหรับการผลิตไฟฟ้า ไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเป็นหลัก และสามารถจัดหาก๊าซจากแหล่งที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยในเรือขนส่ง 40 ลำ มีเพียง 5 ลำที่ต้องผ่านจุดเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีแผนสำรองใช้ถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การนำเข้าไฟฟ้าจากลาวเพิ่มขึ้น และการใช้พลังงานชีวมวล

รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาเพื่อลดภาระประชาชน โดยปัจจุบันชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูงถึงลิตรละ 12.73 บาท จากปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลวันละ 70 ล้านลิตร และเบนซินวันละ 30 ล้านลิตร ทำให้กองทุนจ่ายเงินอุดหนุนเดือนละกว่า 3 หมื่นล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้กองทุนเคยติดลบ แต่ปัจจุบันมีสถานะเป็นบวก 2 พันล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการตรึงราคาต่อไป

กระทรวงพลังงานยังเตรียมความพร้อมร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการประเมินฉากทัศน์เพื่อบริหารราคาพลังงาน หากจำเป็นต้องปรับราคาน้ำมัน จะใช้วิธีปรับขึ้นแบบขั้นบันไดในอัตราไม่เกินครั้งละ 50 สตางค์ เพื่อป้องกันภาวะตื่นตระหนกในตลาด

แผนรับมือหากวิกฤตรุนแรงขึ้นและความร่วมมือจากประชาชน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลงจนเข้าสู่ระดับที่ 3 หรือมีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 25 วัน รัฐบาลจะพิจารณาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เช่น การกำหนดเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมัน และการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยให้ความสำคัญกับหน่วยงานด้านความมั่นคง รถพยาบาล รถดับเพลิง และระบบขนส่งมวลชนเป็นลำดับแรก

ในระยะดังกล่าว รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การทำงานจากที่บ้าน การประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการปรับลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยประหยัดพลังงานระดับประเทศได้อย่างน้อยร้อยละ 10

สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในการศึกษาเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอแนวทางการปรับตัวของผู้ใช้พลังงานและการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต วิกฤตการณ์ในครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการบางแห่งในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่เติมน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ระบบโลจิสติกส์และการจัดหารถบรรทุกน้ำมันของสถานีบริการไม่สามารถรองรับได้ทัน โดยเฉพาะในกลุ่มปั๊มอิสระที่ไม่มีแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับปั๊มน้ำมันไม่ถึงหนึ่งร้อยแห่งหรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละหนึ่งของปั๊มทั้งหมด และปัจจุบันสถานการณ์ได้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว