เงินเฟ้อเดือนเมษายนน่าห่วง ผลกระทบสงครามและราคาน้ำมันสะท้อนชัดเจนขึ้น
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ออกมาเตือนว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนเมษายน 2569 อาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังถูกพยุงจากมาตรการภาครัฐ และสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต๊อกเดิม ทำให้ราคายังไม่ปรับขึ้นในวงกว้าง แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในวงจำกัด และคาดว่าในเดือนเมษายน ผลกระทบจะชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลกระทบจากสงครามและราคาน้ำมันต่อเศรษฐกิจไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่ผู้ค้าส่วนใหญ่เผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สนค. จึงเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มยอดขาย การปรับปรุงนโยบายภาษี และการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงโครงการสวัสดิการแห่งรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อากาศร้อนกระทบผลผลิตเกษตรและราคาสินค้า
จากการตรวจสอบราคาสินค้าและบริการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เช่น ไข่ไก่ ผักสด และอาหารปรุงสำเร็จ พบว่า สินค้ากลุ่มอาหารสดเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดและฤดูกาล โดยผักบางชนิด เช่น ผักชีและมะนาว ปรับราคาสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กระทบผลผลิต ขณะที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จส่วนใหญ่ยังไม่ปรับราคา แม้ว่าต้นทุนบางส่วนจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมีความกังวลว่า หากราคาก๊าซหุงต้มปรับเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าในระยะต่อไป
ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นและภาวะยอดขายชะลอตัว
นอกจากนี้ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เช่น ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในทุกร้านค้า พบว่า มีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณร้อยละ 20-40 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อภาวะยอดขายที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
โดยสรุป เงินเฟ้อในเดือนเมษายนน่าห่วงจากผลกระทบหลายปัจจัย ทั้งสงคราม ราคาน้ำมัน และอากาศร้อนที่กระทบผลผลิตเกษตร ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นและกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น



