กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2567 ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เงินเฟ้อไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ 107.95 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 0.24% และลดลง 1% จากเดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลที่ช่วยลดราคาสินค้าและบริการบางประเภท อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
หมวดสินค้าที่มีราคาลดลง
- หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.8% จากราคาผักสด ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวลดลง
- หมวดพลังงาน ลดลง 5.2% ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล
หมวดสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น
- หมวดอาหารสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 1.2% จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
- หมวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ เพิ่มขึ้น 0.5% ตามราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การที่เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องอาจส่งสัญญาณถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอของประชาชน แม้มาตรการลดค่าครองชีพจะช่วยบรรเทาภาระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุนในระยะยาว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพิจารณานโยบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ในกรอบ 0.0% ถึง 1.0% โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์



