8 หมู่บ้านสวยเหนือรับกรีนซีซั่น หนีความวุ่นวายสู่ธรรมชาติ
8 หมู่บ้านสวยเหนือรับกรีนซีซั่น หนีความวุ่นวาย

กรีนซีซั่น หรือฤดูฝนที่หลายคนตกหลุมรัก คือช่วงเวลาแห่งความชุ่มฉ่ำที่ธรรมชาติจะอวดสีเขียวขจีได้อย่างเต็มที่ เป็นฤดูกาลที่เราจะได้เห็นนาข้าวขั้นบันไดกำลังเติบโต สายหมอกสีขาวลอยคลอเคลียหยอกล้อยอดเขา และวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ชวนให้จิตใจที่วุ่นวายได้กลับมาสงบอีกครั้ง

หากคุณกำลังมองหาที่พักใจ ไทยรัฐออนไลน์ขอพาไปเช็กอิน 8 หมู่บ้านสวยทั่วภาคเหนือ ที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหนีความเหนื่อยล้า ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลากับธรรมชาติให้เต็มอิ่มในช่วงฤดูฝนนี้

1. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

ยืนหนึ่งเรื่องความอลังการของนาข้าวขั้นบันไดที่ทอดตัวลดหลั่นลงมาตามไหล่เขาสลับซับซ้อน ยิ่งในช่วงกรีนซีซั่น ต้นข้าวจะเปล่งประกายสีเขียวสดใส ตัดกับสายหมอกยามเช้าที่ลอยปกคลุม เป็นภาพจำที่สะกดสายตาและคุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนสักครั้งในชีวิต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. บ้านผาหมอน จังหวัดเชียงใหม่

อีกหนึ่งพิกัดนาข้าวขั้นบันไดกลางหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวปกาเกอะญอ นอนพักในโฮมสเตย์ไม้ไผ่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ สัมผัสอากาศเย็นสบาย และตื่นมาพบกับวิวทุ่งนาเขียวขจีแบบพาโนรามาถึงหน้าประตูห้องพัก

3. บ้านปางมะโอ จังหวัดเชียงใหม่

หมู่บ้านเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยป่าต้นน้ำและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เสน่ห์ของที่นี่คือความเงียบสงบที่หาได้ยากในเมืองหลวง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไปทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ นั่งฟังเสียงนก รอดูดาว และสูดกลิ่นไอดินหอมๆ หลังฝนตกได้อย่างเต็มปอด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

4. ลิไข่ จังหวัดเชียงราย

ชุมชนกลางขุนเขาที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศบริสุทธิ์และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างแยกไม่ออก เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ทั่วทั้งบริเวณหมู่บ้านจะถูกแต่งแต้มด้วยความเขียวขจีของต้นไม้และทุ่งหญ้า พร้อมสายหมอกจางๆ ที่ลอยมาทักทาย เป็นมนต์เสน่ห์แห่งเชียงรายที่รอให้คุณไปค้นหา

5. บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

หมู่บ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟอาราบิก้าคั่วหอมๆ และความน่ารักของน้องแกะขนปุยในทุ่งหญ้ากว้าง เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ที่นี่จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ยิ่งหน้าฝนยิ่งได้เห็นสายหมอกลอยต่ำเรี่ยยอดเขา เป็นความโรแมนติกที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาอย่างลงตัว

6. บ้านนาคูหา จังหวัดแพร่

แหล่งสูดโอโซนชั้นดีที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ไฮไลต์ของที่นี่คือสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวข้ามผ่านทุ่งข้าวเขียวขจี ให้คุณได้เดินเล่นรับลมเย็นๆ สัมผัสละอองฝนบางๆ พร้อมไหว้พระขอพรพระเจ้าตนหลวงกลางทุ่งนา ถือเป็นการมาพักผ่อนที่ได้ทั้งความสงบและอิ่มเอมใจ

7. หมู่บ้านสะปัน จังหวัดน่าน

ชุมชนเล็กๆ ริมสายน้ำว้าที่ถูกโอบกอดด้วยภูเขาสูงใหญ่รอบทิศทาง ที่นี่คือคำนิยามของคำว่า "สโลว์ไลฟ์" อย่างแท้จริง การได้นั่งโง่ๆ มองสายน้ำไหลเอื่อยๆ ฟังเสียงฝนกระทบหลังคา และดูหมอกขาวลอยผ่านยอดเขา คือความสุขที่เรียบง่ายแต่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน

8. บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

ปิดท้ายด้วยหมู่บ้านน่ารักๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แต่ยังโดดเด่นเรื่องวิถีชุมชนที่มีชีวิตชีวา คุณจะได้ปั่นจักรยานรับลมเย็นๆ ชมทุ่งนา แวะชิมอาหารท้องถิ่นอย่าง "ข้าวเปิ๊บ" และเรียนรู้วิถีการทำผ้าหมักโคลน เป็นการพักผ่อนในกรีนซีซั่นที่ได้ทั้งความผ่อนคลายและประสบการณ์ใหม่ๆ กลับไปพร้อมกัน

ฤดูฝนนี้ ลองหาเวลาว่างสักสองสามวัน ปิดการแจ้งเตือนจากหน้าจอ แล้วออกเดินทางไปรับพลังงานดีๆ จากสีเขียวของธรรมชาติในหมู่บ้านเหล่านี้ดูนะ รับรองว่าคุณจะตกหลุมรัก "กรีนซีซั่น" จนอยากกลับไปซ้ำแน่นอน

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย