นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ จำนวน 3 มาตรการ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
มาตรการที่ 1: ลดหย่อนภาษีสำหรับค่าที่พัก
สำหรับผู้ที่จ่ายค่าที่พักให้กับโรงแรมหรือที่พักที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องเป็นค่าที่พักที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567
มาตรการที่ 2: ลดหย่อนภาษีสำหรับค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์
ผู้ที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์จากบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต สามารถนำค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์มาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท เช่นเดียวกัน โดยต้องเป็นค่าซื้อที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
มาตรการที่ 3: ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน
สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนที่มีรายได้จากการให้บริการท่องเที่ยวไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับชุมชน
เงื่อนไขและข้อกำหนด
- ผู้ที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต้องเป็นผู้มีเงินได้ที่เสียภาษีในประเทศไทย
- ค่าที่พักและค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงิน เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี
- การลดหย่อนภาษีสำหรับค่าที่พักและค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ผู้เสียภาษีสามารถเลือกใช้สิทธิได้เพียงหนึ่งประเภทเท่านั้น
เป้าหมายของมาตรการ
รัฐบาลคาดหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซัน และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงสร้างงานและอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นการดึงเงินตราต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
นายอาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19



