ตำรวจเผยผลปฏิบัติการควบคุมจราจรช่วงสงกรานต์ 2 วันแรก พบการกระทำผิดกฎหมายสูง
วันนี้ (12 เมษายน 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยผลปฏิบัติการในช่วง 2 วันแรกของการควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 10-11 เมษายนที่ผ่านมา
ผลการบังคับใช้กฎหมายจราจรในช่วงนี้พบข้อหาสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะ 5 ข้อหาเน้นหนัก ได้แก่
- ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 34,816 ครั้ง
- ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 27,635 ครั้ง
- ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จำนวน 8,581 ครั้ง
- ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 5,687 ครั้ง
- ขับรถย้อนศร จำนวน 4,428 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบผู้กระทำความผิดซ้ำจำนวน 57 คน ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่
กำชับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดเพื่อยกระดับความปลอดภัย
พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในข้อหาหลัก 5 ข้อหา ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถย้อนศร
เป้าหมายคือการยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและลดจุดเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ต่างๆ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตั้งจุดตรวจ การเตรียมการแพทย์ฉุกเฉิน และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
สำหรับกรณีที่มีจุดเสี่ยงบนเส้นทาง จะมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การใช้กรวยจราจร การตั้งไฟแจ้งเตือน การติดตั้งป้ายจราจร รวมถึงการจัดเตรียมรถฉุกเฉินหรือกู้ภัยในจุดที่เหมาะสม
ประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อมผู้ขับขี่และยานพาหนะ
นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะเตรียมความพร้อมในด้านร่างกายและยานพาหนะ เช่น การทำประกันภัยภาคบังคับและการต่อภาษีรถตามกำหนดเวลา
มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความคุ้มครองทั้งตนเองและผู้ที่ได้รับผลกระทบในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
พล.ต.อ.สำราญ เน้นย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดสถิติอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญนี้



