คนไทยติดกับดัก BNPL แพลตฟอร์มข้ามชาติโต 99% ต่อปี แบงค์ชาติเตรียมคุม
คนไทยติดกับดัก BNPL โต 99% ต่อปี แบงค์ชาติเตรียมคุม

บริการ 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กำลังกลายเป็นกับดักทางการเงินสำหรับคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่มีรายได้น้อย ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2567 มีบัญชี BNPL ทั้งสิ้น 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากประมาณ 6 แสนบัญชีในปี 2564 คิดเป็นอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 99.9% ต่อปี สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

พฤติกรรมเสี่ยงของคนรุ่นใหม่

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,945 คน อายุ 15-55 ปี ใน 11 จังหวัด พบว่ากลุ่ม Gen Y (อายุ 25-40 ปี) ใช้ BNPL มากที่สุด 60.1% รองลงมาคือ Gen Z (อายุ 15-24 ปี) 26.4% และ Gen X (อายุ 41-55 ปี) 13.5% แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ 96.2% ไม่เคยผิดนัดชำระในรอบ 6 เดือน แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างน่ากังวล

กลุ่ม Gen Z ที่ใช้ BNPL กว่า 63.3% มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท สูงกว่าสัดส่วนในกลุ่มอื่น โดย 38% ใช้จ่ายไปกับเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ สะท้อนถึงความเสี่ยงในการก่อหนี้เกินตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

BNPL กระตุ้นการซื้อที่ไม่จำเป็น

ผลสำรวจชี้ว่า 62.3% ของผู้ใช้ BNPL ยอมรับว่าบริการนี้ทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าเร็วขึ้น และ 57.6% เห็นด้วยว่าซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นมากขึ้นหากสามารถผ่อนชำระได้ นอกจากนี้ 47.5% มักเลือกใช้จ่ายเพื่อความสุขก่อนการออมหรือลงทุน ซึ่งสะท้อนถึงนิสัยการเงินที่เปลี่ยนไป

อีกประเด็นสำคัญคือผู้ใช้ BNPL จำนวนมากไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วน โดย 15.3% ไม่เคยได้รับแจ้งหรือได้รับแจ้งบางครั้งเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 34% ต้องการให้ภาครัฐออกกฎหมายกำกับดูแล และ 29.9% ต้องการให้ควบคุมอัตราดอกเบี้ยไม่ให้สูงเกินไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แบงค์ชาติเตรียมออกมาตรการคุม BNPL

ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ BNPL อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมระยะยาว เช่น การบริโภคเกินจำเป็น การเป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อย และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงขึ้น ล่าสุด ธปท. เร่งเตรียมมาตรการกำกับดูแล โดยคาดว่าจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 และเริ่มบังคับใช้ภายในสิ้นปีเดียวกัน

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการกำกับดูแล BNPL ควรครอบคลุมทั้งการเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างโปร่งใส การจำกัดวงเงินสินเชื่อตามรายได้ และการป้องกันการก่อหนี้เกินตัวของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อไม่ให้บริการที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกกลายเป็นกับดักหนี้ในระยะยาว