ธปท.หั่นดอกเบี้ย 0.25% สู้ศก.ถดถอย-หนี้ครัวเรือน
ธปท.หั่นดอกเบี้ย 0.25% สู้ศก.ถดถอย-หนี้ครัวเรือน

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% สู่ระดับ 1.50% ต่อปี โดยมีผลทันที ในการประชุมวันที่ 26 มีนาคม 2568 การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลง และบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

เหตุผลเบื้องหลังการลดดอกเบี้ย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธปท. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ซบเซาและการบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนแอ ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90% ของ GDP ซึ่งกดดันกำลังซื้อของประชาชน การลดดอกเบี้ยครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระหนี้และกระตุ้นการใช้จ่าย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน

การลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงตาม โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของลูกหนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ฝากเงินจะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลงเช่นกัน นายธนวรรธน์ กล่าวว่า “เราคาดว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3-0.5% ในปีนี้”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มุมมองของกรรมการที่แตกต่าง

กรรมการ กนง. หนึ่งในเจ็ดคนไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย โดยให้เหตุผลว่าอัตราเงินเฟ้อที่ยังต่ำและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจทำให้การลดดอกเบี้ยไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ กรรมการท่านนั้นเสนอให้คงดอกเบี้ยไว้เพื่อรอดูผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ จากภาครัฐ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.0% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐ แต่ยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของเงินบาท การลดดอกเบี้ยครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าธปท. พร้อมดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามเป้าหมาย