อัตราว่างงานไทยไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 0.98%
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานอัตราการว่างงานของไทยในไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 0.98% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลให้ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 420,000 คน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปี 2567 มีจำนวนผู้มีงานทำทั้งสิ้น 40.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 420,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในภาคเกษตรกรรม 170,000 คน และนอกภาคเกษตรกรรม 250,000 คน โดยเฉพาะในสาขาการผลิต การขายส่งและขายปลีก การก่อสร้าง และการบริการด้านที่พักและอาหาร
การว่างงานลดลงในทุกภาค
อัตราการว่างงานลดลงในทุกภูมิภาค โดยภาคเหนือมีอัตราว่างงานสูงสุดที่ 1.18% รองลงมาคือภาคใต้ 1.14% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.07% ภาคกลาง 0.82% และกรุงเทพฯ 0.70% โดยผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน คิดเป็น 60.7% ของผู้ว่างงานทั้งหมด ขณะที่ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนมีสัดส่วน 39.3%
ชั่วโมงการทำงานเพิ่มขึ้น
ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ของผู้มีงานทำอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก 42.2 ชั่วโมงในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการจ้างงานที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตและบริการ
คาดการณ์แนวโน้มตลาดแรงงาน
สภาพัฒน์คาดว่าตลาดแรงงานไทยจะยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโต 2.5-3.0% อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการจ้างงานในบางภาคส่วน



