เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8 พ.ค.) ที่ระดับ 34.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้านี้ที่ 34.75-34.77 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางสกุลเงินในภูมิภาคที่ปรับตัวอ่อนค่าลงเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในวันนี้เป็นไปตามแรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากตลาดได้รับรู้ถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจชะลอออกไป เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ที่ออกมาสูงกว่าคาด
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านในสัปดาห์นี้ รวมถึงการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
กรอบการเคลื่อนไหวและแนวโน้ม
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินบาทในวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.70-34.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแนวรับที่ 34.70 บาท และแนวต้านที่ 34.90 บาท หากดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เงินบาทอาจอ่อนค่าแตะระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
ด้านปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจับตาการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2567 ของไทย ซึ่งจะประกาศในวันที่ 20 พ.ค.นี้ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งตลาดคาดว่าอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว เนื่องจากสินค้าและบริการของไทยมีราคาถูกลงในสายตาชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้า โดยเฉพาะพลังงานและวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศ
นายพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า "การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังคงผันผวนตามปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการเงินของเฟดและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด รวมถึงสัญญาณจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อาจส่งผลต่อทิศทางเงินเยนและสกุลเงินภูมิภาค"
มุมมองจากนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จากธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับจังหวะการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เงินบาทอาจทดสอบแนวต้านที่ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า หากตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ ออกมาชะลอตัว อาจทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และเงินบาทมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าได้บ้าง



