ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งลดค่าไฟ
ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ประกาศลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับงวดแรกของปี 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา คำสั่งดังกล่าวถูกท้าทายโดยกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อ้างว่าการลดค่าไฟส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
รายละเอียดคำพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำสั่งของ กกพ. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะการขาดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียอย่างเพียงพอ และการไม่นำต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณค่า Ft ส่งผลให้ผู้ผลิตไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทนายความผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า กล่าวว่า “คำพิพากษานี้เป็นการยืนยันว่าการดำเนินการของ กกพ. ต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การลดค่าไฟโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในระยะยาว”
ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า
การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ค่า Ft งวดแรกปี 2568 กลับไปใช้อัตราเดิมที่ 89.50 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งสูงกว่าอัตราที่ กกพ. เคยประกาศลดเหลือ 74.50 สตางค์ต่อหน่วย คาดว่าผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะต้องรับภาระค่าไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 2,500 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15 สตางค์ต่อหน่วย
นางสาวอารยา ทรัพย์เจริญ นักวิเคราะห์ด้านพลังงาน ระบุว่า “การปรับเพิ่มค่าไฟครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก”
ปฏิกิริยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ เลขาธิการ กกพ. กล่าวว่า กกพ. รับทราบคำพิพากษาและจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป โดยอาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดในชั้นคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือปรับปรุงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้สอดคล้องกับคำพิพากษา
ด้านกระทรวงพลังงานระบุว่า กำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น การอุดหนุนค่าไฟฟ้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว
แนวโน้มค่าไฟในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าค่า Ft ในงวดต่อไปอาจปรับเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงสูง และภาระหนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ต้องแบกรับจากการอุดหนุนค่าไฟในอดีต ขณะที่ กกพ. ต้องหาสมดุลระหว่างการรักษาระดับค่าไฟให้เหมาะสมกับผู้บริโภคและการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่กำหนดให้การกำหนดนโยบายด้านพลังงานต้องโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะการคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย



