สำนักงานประกันสังคมประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนายจ้างและลูกจ้างในระบบประกันสังคมอย่างมีนัยสำคัญ
รายละเอียดการปรับขึ้นค่าจ้าง
คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบให้ปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมจากเดิม 300 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน ส่งผลให้ฐานค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 33.3
ผลกระทบต่อนายจ้าง
- นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 5 ของค่าจ้างลูกจ้าง โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงขึ้น
- ภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีลูกจ้างจำนวนมาก
- นายจ้างอาจต้องปรับแผนการเงินและงบประมาณเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบต่อลูกจ้าง
- ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมเพิ่มขึ้น เช่น ค่าคลอดบุตร ค่าทำศพ และเงินชราภาพ เนื่องจากฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสูงขึ้น
- ลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากเงินสมทบคำนวณจากค่าจ้างจริง
- ลูกจ้างที่มีรายได้ต่ำกว่า 400 บาทต่อวัน จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้คำนวณเพิ่มขึ้น
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง
นายจ้างควรตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลค่าจ้างของลูกจ้างให้สอดคล้องกับฐานค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ และแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงการเปลี่ยนแปลง ส่วนลูกจ้างควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของตนเองและวางแผนการเงินให้เหมาะสม
การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป



