สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับการคำนวณเงินสมทบจาก 300 บาทต่อวัน เป็น 400 บาทต่อวัน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป การปรับขึ้นครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้างในระบบประกันสังคม
ผลกระทบต่อลูกจ้าง
ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน โดยเงินสมทบที่ลูกจ้างต้องจ่ายจะเพิ่มขึ้นจากเดิมสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน เป็นไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับค่าจ้างจริง
ผลกระทบต่อนายจ้าง
นายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยจากเดิมจ่ายสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน เป็นไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีพนักงานจำนวนมาก
ภาระของนายจ้างที่เพิ่มขึ้น
- เงินสมทบประกันสังคมเพิ่มขึ้น 250 บาทต่อคนต่อเดือน
- ต้องปรับปรุงระบบบัญชีและ payroll ให้สอดคล้องกับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่
- อาจต้องปรับโครงสร้างค่าจ้างเพื่อรักษาความเป็นธรรมภายในองค์กร
มุมมองของฝ่ายต่างๆ
นายจ้างบางส่วนกังวลว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายลูกจ้างมองว่าเป็นการเพิ่มสวัสดิการและความมั่นคงในระยะยาว ด้านรัฐบาลระบุว่าการปรับครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
สำนักงานประกันสังคมได้จัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับนายจ้างในการปรับเปลี่ยนการคำนวณเงินสมทบ โดยนายจ้างสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือสายด่วน 1506



