นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม Thailand–Viet Nam Investment and Business Networking 2026 ทั้งสองประเทศได้เปลี่ยนมุมมองจากคู่แข่งเป็นหุ้นส่วนการเติบโต เพื่อร่วมกันสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและเชื่อมต่อกับห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์ Three Connects
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว นายเอกนิติได้นำเสนอยุทธศาสตร์ Three Connects ซึ่งเน้นการเชื่อมโยง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อย และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียว
อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ในเวทีนี้ รัฐบาลได้นำภาคเอกชนจาก 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตมาร่วมหารือเพื่อต่อยอดธุรกิจ ได้แก่ ด้านพลังงานสะอาด ด้านดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อเพิ่มบทบาทในเทคโนโลยีโลก ด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มุ่งสู่การเป็นฐานผลิตคุณภาพสูง ด้านการท่องเที่ยวที่ผลักดันแนวคิดหนึ่งการเดินทาง สองประสบการณ์ เพื่อกระจายรายได้ และด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อผสานฐานการผลิตของภูมิภาคเข้าด้วยกัน
โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน
ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยชูความสำเร็จในการเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่าง PromptPay ของไทย กับ VietQR ของเวียดนาม รวมถึงส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่น “บาท-ดอง” เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ความมุ่งมั่นร่วมกัน
นายเอกนิติได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่พร้อมทำงานร่วมกับเวียดนามในทุกมิติ เพื่อเปลี่ยนโอกาสจากการหารือให้เป็นข้อตกลง เปลี่ยนข้อตกลงให้เป็นการลงทุน และนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน



