คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% ต่อปี โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการชะลอตัวของภาคการส่งออก
เหตุผลในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยยังคงต้องติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและบริการ
การคงดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กนง.ยืนยันว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังเพียงพอต่อการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.6% ซึ่งใกล้เคียงกับการคาดการณ์ครั้งก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 36 ล้านคนในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต่ำยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
กนง.ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจยังคงอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ คณะกรรมการฯ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยตลาดการเงินตอบรับในเชิงบวก เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น



