แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย LPR สู้ศึกเศรษฐกิจถดถอย
แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย LPR สู้ศึกเศรษฐกิจถดถอย

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: LPR) ทั้ง 1 ปี และ 5 ปีลง 0.10% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบหลายเดือน สะท้อนถึงความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ

รายละเอียดการปรับลดดอกเบี้ย

โดย LPR ประเภท 1 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ ปรับลดจาก 3.35% มาอยู่ที่ 3.25% ขณะที่ LPR ประเภท 5 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปรับลดจาก 3.85% มาอยู่ที่ 3.75% การปรับลดครั้งนี้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ประกาศ

สาเหตุและปัจจัยเบื้องหลัง

การปรับลดดอกเบี้ย LPR ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงซบเซา และภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังชี้ให้เห็นถึงการลดลงของอุปสงค์ภายในประเทศและการลงทุนที่อ่อนแอ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นักวิเคราะห์มองว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนกำลังดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดหวัง

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

ตลาดหุ้นจีนตอบรับเชิงบวกต่อข่าวการปรับลดดอกเบี้ย โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีเซินเจิ้นปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็มีความหวังว่าการลดดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีจะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและบรรเทาภาระหนี้ของผู้กู้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังคงระมัดระวังเนื่องจากมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินภาคเอกชนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำ

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กล่าวว่าการปรับลดดอกเบี้ยของจีนเป็นไปตามทิศทางของธนาคารกลางทั่วโลกที่กำลังผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ แต่เน้นย้ำว่าจีนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางการคลังควบคู่กันไปด้วย เช่น การเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและการลดภาษี เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านสถาบันการเงินระหว่างประเทศอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของจีน แต่เตือนว่าควรระมัดระวังเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว

สรุป

การปรับลดดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แม้ตลาดจะตอบรับในเชิงบวก แต่ยังคงต้องติดตามผลกระทบในระยะยาว รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมที่รัฐบาลจีนอาจประกาศออกมาในอนาคต