คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ในการประชุมวันที่ 10 เมษายน 2567 โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพด้านราคา
เหตุผลที่คงดอกเบี้ย
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 2.6% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพ โดยการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่การส่งออกและภาคการผลิตยังซบเซา อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ 1.0% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่ยังมีความเสี่ยงจากราคาพลังงานและสินค้าเกษตร
มุมมองต่อเศรษฐกิจโลก
กรรมการกนง. มองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และยุโรปที่ยังเข้มงวด รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ผลกระทบต่อประชาชน
การคงดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากยังทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นภาระต่อลูกหนี้ โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่ผู้ฝากเงินยังได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ยเงินฝาก
แนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคต
กนง. ส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตหากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง โดยระบุว่าพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง และการฟื้นตัวของภาคการส่งออก



