เปิดเช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวดีที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บาทแข็งค่าจากกระแสสันติภาพตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.71 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ตอบรับกระแสข่าวที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพที่จะนำไปสู่การยุติสงครามและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz
ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้พอสมควร ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง พร้อมหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
สำหรับสัปดาห์นี้และในช่วงระยะสั้น นักวิเคราะห์ประเมินว่าควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อนำไปสู่การยุติสงคราม พร้อมทั้งรอลุ้นการประชุมบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้ง BOJ เฟด และ BOE
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายพูน กล่าวว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทได้อ่อนกำลังลง ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด นับตั้งแต่ตลาดรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และล่าสุดกระแสข่าวการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เปิดโอกาสให้เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยจะมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ หากผู้เล่นในตลาดตอบรับในเชิงบวกต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดรอลุ้นผลการประชุม FOMC ของเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักอื่นๆ ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำตอบรับข่าวข้อตกลงสันติภาพอาจไม่ได้ช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมากนัก กลับกันอาจกดดันเงินบาทได้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อทองคำ เนื่องจากส่วนใหญ่อาจลดสถานะถือครองทองคำไปพอควรแล้วตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวลงหนักในช่วงก่อนหน้า
แนวโน้มเงินดอลลาร์
เงินดอลลาร์อาจทยอยอ่อนค่าลงตอบรับกระแสข่าวสันติภาพ แต่การอ่อนค่าอาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดรอลุ้นผลการประชุม FOMC ของเฟด อีกทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยังมีความไม่แน่นอนอยู่จนกว่าจะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพ
โดยกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ระดับ 32.00-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
สหรัฐฯ
ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีสัญญาณความคืบหน้ามากขึ้น รวมถึงการประชุม FOMC ของเฟดในเดือนมิถุนายน ซึ่งแม้จะประเมินว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% แต่การประชุมครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ที่มีอดีตประธาน Jerome Powell ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ FOMC ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะติดตามการสื่อสารของเฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ Dot Plot ใหม่ ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มการคงดอกเบี้ยในปีนี้และปีหน้า ก่อนทยอยลดดอกเบี้ยสู่ Long-Run Rate
ยุโรป
ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75% เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะราคาพลังงานใกล้เคียงกับ Scenario B ที่ BOE ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นจะจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ BOE และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น CPI, PPI, ยอดค้าปลีก และตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังต้องติดตามแนวโน้มนโยบายการเงินของ ECB ผ่านถ้อยแถลงและข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น ยอดผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายน และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเยอรมนียูโรโซนโดย ZEW
เอเชีย
ผู้เล่นในตลาดรอลุ้นผลการประชุม BOJ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง รวมถึงติดตาม CPI เดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังรอผลประชุมธนาคารกลางอื่นๆ เช่น BI คาดขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 5.75%, BSP คาดขึ้น 25bps สู่ 4.75% ขณะที่ RBA และ CBC คงดอกเบี้ยที่ 4.35% และ 2.00% ตามลำดับ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนในเดือนพฤษภาคม เช่น ยอดค้าปลีก ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม การลงทุนสินทรัพย์ถาวร และราคาบ้าน จะถูกจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ
ไทย
ผู้เล่นในตลาดรอติดตามรายงานยอดส่งออกและนำเข้าเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจยังคงได้รับอานิสงส์จากธีม AI ที่ช่วยหนุนการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ยอดนำเข้าอาจพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางและการลงทุน Data Center ทำให้ดุลการค้าขาดดุลต่อเนื่อง



