ศูนย์วิจัยกรุงไทยชี้ ภาษีทรัมป์สั่นคลอนการค้าโลก หลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับ เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ
ภาษีทรัมป์สั่นคลอนการค้าโลก ศูนย์วิจัยกรุงไทยเตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกรุงไทยเผย ภาษีทรัมป์สั่นคลอนการค้าโลกระอุ หลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับ

ศูนย์วิจัยกรุงไทย (Krungthai CIO) เปิดเผยมุมมองล่าสุดว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีคำสั่งระงับอำนาจการจัดเก็บภาษีตามกฎหมาย IEEPA ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและผลกระทบต่อตลาดการเงิน

ปัจจัยนี้สร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบายในระยะสั้น และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากภาครัฐสหรัฐฯ ยังมีทางเลือกทางกฎหมายอื่นในการดำเนินมาตรการภาษี และทิศทางนโยบายที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินในช่วงต่อจากนี้

Krungthai CIO ประเมินว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนด้านนโยบายอาจทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนมากขึ้นในระยะสั้น ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในภาวะที่นักลงทุนลดความเสี่ยง (Risk-off)

การประชุม กนง. และแนวทางจัดพอร์ตการลงทุน

สำหรับประเทศไทย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเพิ่มเติม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ถ้อยแถลงหลังการประชุมจะเป็นตัวกำหนดมุมมองต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาทในระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุน ศูนย์วิจัยกรุงไทยแนะนำให้จัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy เพื่อรับมือกับความผันผวน โดยเน้นการกระจายการลงทุนทั้งในสินทรัพย์เติบโตและสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

สำหรับสินทรัพย์เติบโต ควรทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีรายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอ รวมถึงกลุ่ม Semiconductor ที่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ควรถือทองคำเพื่อช่วยลดความผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและเศรษฐกิจโลก พร้อมกระจายการลงทุนไปยังตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอย่างอินเดียและเวียดนาม เพื่อสร้างสมดุลและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะต่อไป