ธปท. เผยข้อมูลน่าตกใจ คนไทย 85% ยังไม่วางแผนออมเพื่อเกษียณ สะท้อนความเปราะบางก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยรายงานประจำปี 2567 ที่ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการเงินของคนไทยในปัจจุบัน โดยข้อมูลที่น่าสนใจและน่าห่วงใยคือ 85% ของคนไทยยังไม่ได้คิดหรือวางแผนการออมเพื่อเกษียณ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้
วัยทำงานและอาชีพรายได้ไม่แน่นอน เป็นกลุ่มที่ยังไม่เริ่มวางแผน
รายงานระบุว่า กลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 31-60 ปี และกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น ลูกจ้างเอกชนหรืออาชีพอิสระ กลับเป็นกลุ่มที่ยังไม่เริ่มวางแผนการออมเพื่อเกษียณ หรือเริ่มแล้วแต่ยังไม่สามารถทำตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นี่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางทางการเงินที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว
นอกจากนี้ ข้อมูลยังเผยให้เห็นว่า 91.5% ของคนไทยมีการเก็บออมเงิน แต่ในจำนวนนี้ 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนเกษียณหรือไม่สามารถทำตามแผนออมเกษียณได้ ซึ่งสะท้อนว่าหลายคนยังไม่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องหรือเพียงพอในระยะยาว
ทักษะทางการเงินดีขึ้น แต่ความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยยังต่ำ
แม้ว่าคนไทยจะมีทักษะทางการเงินดีขึ้นต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่ม OECD แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น” อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากหลายคนยังไม่วางแผนการใช้เงินและเลือกกู้ยืมเมื่อเงินไม่พอใช้
โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติและค่านิยมให้ความสำคัญกับความสุขในปัจจุบันมากกว่าการวางแผนระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของบุคคลและครัวเรือนในอนาคต
รูปแบบการออมส่วนใหญ่ยังเป็นเงินสด การลงทุนยังต่ำ
ในด้านการออม พบว่า 96.1% ของคนไทยมีบัญชีเงินฝากในระบบ แต่ 91.9% มีบัญชีเงินฝากเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และมีเพียง 56.1% ที่มีบัญชีเงินฝากที่ตั้งใจออม โดยส่วนใหญ่การออมยังเป็นไปในรูปแบบเงินสดถึง 81.5% ขณะที่มีเพียง 1.9% ที่นำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
สำหรับการออมเผื่อฉุกเฉินในกรณีขาดรายได้กะทันหัน กว่า 75% ของคนไทยมีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เด็กจบใหม่ และผู้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ผู้มีเงินออมฉุกเฉิน 6 เดือนขึ้นไป มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในการออมเกษียณ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังบ่งชี้ว่า ผู้ที่มีระดับเงินออมเผื่อฉุกเฉิน 6 เดือนขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการเก็บออมเพื่อเกษียณมากขึ้น รวมทั้งมีความสามารถในการจัดการหนี้สินได้ดีกว่า ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดีและเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายการเก็บออมระยะยาว
นอกจากนี้ การใช้บริการทางการเงินพื้นฐาน เช่น การฝากเงินและโอนเงิน มีผู้ใช้เพิ่มขึ้น ขณะที่บริการอื่นๆ เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
รายงานนี้เผยแพร่โดย PPTV Online เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนการออมเพื่อเกษียณเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต



