เปิด 4 กลยุทธ์ลงทุนรับดอกเบี้ยขาลง ปรับพอร์ตสู้เงินเฟ้อ
เปิด 4 กลยุทธ์ลงทุนรับดอกเบี้ยขาลง ปรับพอร์ตสู้เงินเฟ้อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2568 หลังจากที่คงดอกเบี้ยที่ 2.50% มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย นักลงทุนจึงต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลงและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่

ผลกระทบของดอกเบี้ยขาลงต่อพอร์ตการลงทุน

การลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากลดลง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและอสังหาริมทรัพย์น่าสนใจขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระวังความผันผวนและเงินเฟ้อที่อาจกัดกร่อนกำลังซื้อ

4 กลยุทธ์ลงทุนรับดอกเบี้ยขาลง

1. เพิ่มน้ำหนักหุ้นปันผลสูง

หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณูปโภค พลังงาน และธนาคาร จะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนทางการเงินลดลงและความต้องการสินเชื่ออาจเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ่มไฟฟ้าที่มีอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว

เมื่อดอกเบี้ยลดลง ราคาพันธบัตรระยะยาวจะปรับตัวขึ้นมากกว่าพันธบัตรระยะสั้น นักลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยยาวนาน (Duration สูง) เพื่อรับส่วนต่างราคา (Capital Gain) แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจผันผวน

3. ปรับพอร์ตด้วยทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์

ทองคำมักเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ในช่วงที่ดอกเบี้ยขาลง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมักอ่อนค่า ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันและโลหะอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มปรับตัวตามเงินเฟ้อ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

4. กระจายความเสี่ยงด้วยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) มีรายได้จากค่าเช่า ซึ่งมักปรับตามเงินเฟ้อได้ดี ดอกเบี้ยขาลงช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ REITs และเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกกองทุนที่มีคุณภาพทรัพย์สินดีและอัตราการเช่าสูง

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ

นายสมชาย ทรัพย์เจริญ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด กล่าวว่า "นักลงทุนควรลดสัดส่วนเงินฝากและหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นปันผลและตราสารหนี้ระยะยาว แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย"

ด้านนางสาววรางคณา วงศ์สถิตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า "การลงทุนในทองคำและ REITs จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีในระยะยาว แต่ควรจัดสรรสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ต"

สรุป

การปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท. เป็นโอกาสให้นักลงทุนปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มผลตอบแทน แต่ต้องระมัดระวังความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน การกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์และการติดตามนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ