เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 32.01 บาทต่อดอลลาร์ เผชิญความเสี่ยงสองทางจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีการเคลื่อนไหวในกรอบ 31.98 ถึง 32.11 บาทต่อดอลลาร์ ตามข้อมูลจากนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญความเสี่ยงสองทาง (Two-way risk) ในช่วงระยะสั้น ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง
ปัจจัยหนุนและกดดันจากตลาดการเงินโลก
การแข็งค่าของเงินบาทในวันนี้สอดคล้องกับการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมาพร้อมกับการย่อตัวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ลดลงสู่โซน 4.25% ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ได้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผู้เล่นยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว ท่ามกลางการรอดูรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ และธีม AI/Semiconductor ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 0.24% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.26% แต่ความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงอาจช่วยพลิกฟื้นบรรยากาศได้บ้าง ตามที่สะท้อนจากสัญญาณฟิวเจอร์สของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
มุมมองจากธนาคารกรุงไทยและทีทีบี
ธนาคารกรุงไทยคงมุมมองเดิมว่าเงินบาทยังเสี่ยงเผชิญความเสี่ยงสองทางในระยะสั้น โดยหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ อาจมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 31.75-31.85 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.85-32.15 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.03 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดเมื่อวานที่ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากท่าทีของทางการอิหร่านที่กลับมาปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลในพื้นที่ดังกล่าว
ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ได้ขู่ว่าพร้อมโจมตีทุกโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน หากการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ในขณะที่สื่อในอิหร่านแสดงให้เห็นว่าเตหะรานไม่ได้มีความมุ่งมั่นต่อการเจรจาใดๆ ในขณะนี้
ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป
ตลาดการเงินจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ผ่านรายงานสำคัญ เช่น ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมีนาคม ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์โดย ADP และคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 โดย FED สาขา Atlanta (GDPNow) นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาประธาน FED คนใหม่โดยคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่มีกำหนดการในวันที่ 21 เมษายนนี้
สำหรับเงินบาท ต้องจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและการปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติอาจกลับมากดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้ ทีทีบีคาดกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 31.90-32.20 บาทต่อดอลลาร์
โดยสรุป เงินบาทยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป



