เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าสูง 31.77 บาท/ดอลลาร์ หลังทรัมป์ย้ำสงครามอิหร่านใกล้จบ
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นแรง ทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าตรู่ของตลาดการเงินเอเชีย ซึ่งแกว่งตัวในกรอบ 31.62-32.12 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่าจากสถานการณ์การเมืองโลก
การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหนัก พร้อมกับการรีบาวด์สูงขึ้นของราคาทองคำ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ย้ำว่า สถานการณ์การสู้รบในอิหร่านอาจใกล้จบลงในเร็ววันนี้ ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางลงบ้าง
ภาพดังกล่าวได้กดดันให้ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลงสู่โซน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมหนุนให้บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 72% ที่เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้ และทยอยเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดบอนด์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยในช่วงแรกบรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงถูกกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะรีบาวด์สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาย้ำว่า การสู้รบในอิหร่านอาจใกล้จบลงในเร็ววันนี้
ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยคลายกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวลงบ้าง หนุนการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ อาทิ เอ็นวิเดียที่ปรับตัวขึ้น 2.7% ทำให้โดยรวมดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.83% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ แนสแด็กปรับตัวขึ้น 1.38%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีสตอกซ์ 600 ของยุโรปปรับตัวลงต่อเนื่องราว 0.63% กดดันโดยความกังวลว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มราคาพลังงานโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ทิศทางเงินเฟ้อในฝั่งยุโรปและแนวโน้มการดำเนินนโยบายของบรรดาธนาคารกลางฝั่งยุโรป
ทว่าตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมทหารและการบิน ที่ยังพอได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวลดลงสู่โซน 4.10% หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางและกลับมาปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง
แนวโน้มค่าเงินบาทและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ครังไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วและแรง หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางลงบ้าง ทว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
ทำให้ควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบวิเคราะห์ตามสถานการณ์ โดยในส่วนของสถานการณ์พื้นฐานนั้น โอกาสเกิดมีอยู่ราว 40% ซึ่งสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะไม่ได้ลุกลามบานปลายและยืดเยื้อ
ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อาจทรงตัวที่ระดับสูงต่อแถวโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพียงในระยะสั้น ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลงกลับสู่โซนก่อนช่วงเกิดปัญหาความขัดแย้งแถว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งภาพดังกล่าวอาจเกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 1 เดือน
ทำให้บรรดาธนาคารกลางจะไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งเงินดอลลาร์และราคาทองคำ มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันให้ย่อตัวลงมาบ้าง
โดยในส่วนของเงินดอลลาร์ ทิศทางจะขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นเดียวกับราคาทองคำที่อาจย่อตัวลงบ้าง หากตลาดทยอยคลายความกังวลต่อปัญหาในตะวันออกกลาง และบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยง
ทำให้แม้เงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้างในระยะสั้น จนทะลุโซนแนวต้าน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจยังไม่สามารถทะลุโซนแนวต้าน 32 บาทต่อดอลลาร์ไปได้ไกล ยิ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงได้ภายในเดือนมีนาคม เงินบาทอาจพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้างจบไตรมาสแรกของปี แถวโซน 31.50 บวกหรือลบ 0.25 บาทต่อดอลลาร์
ก่อนที่จะอ่อนค่าลงต่อบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นช่วงโลว์ซีซันของการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าโดยรวม ซึ่งคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจอ่อนค่าแตะโซน 32.25 บวกหรือลบ 0.25 ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง จบสิ้นปีแถวโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์
กรอบค่าเงินบาทและข้อมูลเพิ่มเติม
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.55-31.85 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.80 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเทรดผันผวนระหว่างวันเมื่อวานนี้ โดยแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณ 3 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งกับอิหร่านอาจใกล้ยุติเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์คลายลงและทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อยจากระดับสูงระหว่างวัน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ และการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า และยังคงต้องตามดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,540 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,770 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ ได้แก่
- ดอลลาร์สหรัฐต่อบาท: 31.60 – 32.00 แนะนำซื้อ 31.60 / ขาย 32.00
- ยูโรต่อบาท: 36.80 - 37.20 แนะนำซื้อ 36.80 / ขาย 37.20
- เยนต่อบาท: 0.2000 - 0.2040 แนะนำซื้อ 0.2000 / ขาย 0.2040
อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารประจำวันที่ 9 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 32.104 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน 9 มีนาคม 2569 มีดังนี้
- ดอลลาร์สหรัฐ: ซื้อ 31.8218 บาท, ขาย 32.2630 บาท
- ปอนด์สเตอร์ลิง: ซื้อ 42.1628 บาท, ขาย 43.0835 บาท
- ยูโร: ซื้อ 36.5374 บาท, ขาย 37.2681 บาท
- เยน: ซื้อ 19.8145 บาท, ขาย 20.5031 บาท
- ดอลลาร์ฮ่องกง: ซื้อ 4.0494 บาท, ขาย 4.1491 บาท



